Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 20 ธันวาคม 2554

 

          นักดนตรีไทยที่คลุ้มคลั่งความเป็นไทยไม่พอใจมากๆ เมื่อบอกว่าเครื่องดีดเรียกจะเข้ มาจากตัวตนของจระเข้จริงๆ ทั้งๆ ชื่อ “จะเข้” ก็กร่อนจาก “จระเข้” ชัดๆ

          ผมเคยเขียนอธิบายพร้อมแสดงร่องรอยหลักฐานต่างๆ ประกอบ แต่นักดนตรีไทยทางการส่วนมากไม่ยอมรับความจริงตามหลักฐาน แล้วปะทุอารมณ์ไม่พอใจ เลยขออธิบายซ้ำอีก จนกว่าจะเข้าใจ

          คราวนี้จะยกคำอธิบายของ อ. ธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ที่เขียนไว้ในหนังสือเครื่องดนตรีไทย (กรมศิลปากร พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2500) มาเป็นตัวช่วย แล้วผมจะอธิบายเพิ่มดังนี้

 

จะเข้ในพม่า รักษาเค้าเก่าแก่สุด รูปร่างเป็นจระเข้ ทำจากไม้ทาสีฝังมุก เศษแก้วตกแต่ง (หนังสือนิทรรศการเครื่องดนตรีนานาชาติ ของ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2535)

จะเข้ปัจจุบันในไทย ลายเส้นจากหนังสือเครื่องดนตรีไทย ของ กรมศิลปากร

 

          อ. ธนิต บอกว่า “จะเข้ เป็นเครื่องดีดอีกชนิดหนึ่ง เข้าใจว่าแก้ไขมาจากพิณ ทำให้วางราบไปตามพื้น เพื่อให้นั่งดีดได้สะดวกและไพเราะ โดยเหตุที่ตัวพิณแต่เดิมทำเป็นรูปร่างอย่างจระเข้ แต่ขุดให้กลวงเป็นโพรงข้างในเพื่อช่วยให้เกิดเสียงก้องกังวาน จึงเรียกชื่อเครื่องดนตรีชนิดนี้ตามรูปร่างว่า ‘จะเข้’

          ผมขออธิบายต่างไปว่าจะเข้ไม่ได้มาจากพิณที่ทำรูปร่างอย่างจระเข้

          แต่เครื่องดีดที่เรียกจะเข้ทุกวันนี้ เมื่อหลายพันปีมาแล้วทำจากตัวจระเข้จริงๆ ที่ตายแล้วตากแห้งไว้

          เพราะคนยุคนั้นเชื่อถือยกย่องจระเข้เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ให้น้ำ และให้ความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนคุ้มครองน้ำ เช่นเดียวกับงู, เต่า, ตะกวด, ฯลฯ ที่ปราสาทวัดภู ในจำปาสัก (ลาว) มีสลักรูปจระเข้ไว้ด้วย เพื่อพิทักษ์แม่น้ำโขง และโดยเฉพาะพวกจามในเวียดนามและเขมรยกย่องจระเข้เป็นบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องเคารพอย่างยิ่ง

          นอกจากนั้นคนแต่ก่อนมักใช้เหล็กปลายแหลมหรือหนามแหลมขูดผิวหนังตัวเองให้เป็นรอยตะปุ่มตะป่ำอย่างจระเข้ แล้วกลายเป็นลายสักในสมัยหลังๆ จนปัจจุบัน

          เสียงที่เกิดจากการดีดสายบนร่างจระเข้ คนยุคนั้นยกย่องเป็นเสียงศักดิ์สิทธิ์มีพลังสื่อสารกับอำนาจเหนือธรรมชาติ คือผีบรรพชนให้ช่วยคุ้มครองแล้วบันดาลความอุดมสมบูรณ์

          อ. ธนิต บอกอีกว่า “ไทยเราเห็นจะรู้จักเล่นจะเข้มานานไม่น้อยกว่าสมัยแรกตั้งกรุงศรีอยุธยา จึงมีกล่าวถึงในกฎมนเทียรบาลครั้งกรุงศรีอยุธยา มีบางท่านกล่าวว่า จะเข้ของเขมรก็มี เขาทำรูปร่างอย่างจระเข้ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงกล่าวไว้ว่า ‘จะเข้แต่เดิมเป็นเครื่องสังคีตของมอญ’

          จะเข้ เป็นเครื่องดนตรีที่ได้ชื่อมาจากจระเข้จริงๆ เป็นวัฒนธรรมร่วมของผู้คนทั้งอุษาคเนย์ รวมตระกูลไทย-ลาว ด้วย จึงไม่ใช่สมบัติของใครพวกใดพวกหนึ่ง เช่น ไม่ใช่สมบัติของมอญหรือเขมรพวกเดียว

          แต่ความเป็นไทยที่เรียก“คนไทย” มีขึ้นภายหลังคนอื่นๆ โดยมีบรรพชนเป็นคนหลายเผ่าพันธุ์ เช่น ลาว, มอญ-เขมร, ชวา-มลายู, จีน, จาม, ฯลฯ จึงต้องสืบทอดวัฒนธรรมร่วมจากกลุ่มอื่นๆ ด้วย เช่น จะเข้

          สถาบันทางดนตรีไทย ควรยกประเด็นขัดข้องสงสัยทางดนตรีไทยและดนตรีอุษาคเนย์ เช่น จะเข้ เป็นกิจกรรมวิชาการอย่างรื่นรมย์โดยทำเอกสารและอื่นๆ แบ่งปันเผยแพร่ความรู้สู่สาธารณะสม่ำเสมอ