Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 7 ธันวาคม 2554

 

          1. คุณเคยแอบอ่านหนังสือใต้โต๊ะที่โรงเรียน เพราะครูสอนน่าเบื่อ และคุณก็อยากอ่านให้จบแทบแย่อยู่แล้วหรือไม่?

          2. คุณเคยถูกดุ เรื่องอ่านหนังสือที่โต๊ะอาหารเย็นหรือไม่?

          3. คุณเคยแอบคลุมโปงอ่านหนังสือ หลังจากถูกสั่งให้เข้านอนหรือไม่?

          ถ้าเด็กคนไหนตอบว่าเคยทั้งสามข้อ เด็กคนนั้นก็ถูกลิขิตให้เป็นนักอ่านตลอดชีวิตแล้ว

          คำถาม 3 ข้อข้างบน เป็นแบบทดสอบความสามารถในการอ่าน ส่วนย่อหน้าล่างสุดเป็นผลประเมินจากแบบทดสอบ 3 ข้อข้างบนนั้น

          ข้อความทั้งหมดเป็นผลงานนักเรียนที่เป็นศิษย์ครูเรฟ เอสควิท อยู่ในหนังสือ ครูนอกกรอบ กับห้องเรียนนอกแบบ พิมพ์เผยแพร่โดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) กันยายน 2554

          “การอ่านไม่ใช่วิชา การอ่านเป็นพื้นฐานของชีวิต” ครูเรฟบอกไว้ในหนังสือเล่มที่เขาเขียน

          แล้วยังบอกอีกว่าวัตถุประสงค์ลำดับแรกๆ ของการอ่านคือ “ความรื่นรมย์ ความหลงใหล หรือความตื่นเต้นเร้าใจ”

          ตรงกับที่ ครูนิธิ (เอียวศรีวงศ์) เคยเขียนบอกไว้นานแล้วว่าหนังสือที่จะให้คนทั่วไปอ่านต้อง “สนุก” ถ้าไม่ “สนุก” ก็ไม่อ่าน

          แต่ห้องสมุดโรงเรียนทั่วประเทศ กับห้องสมุดประชาชนของทางการไทย (เช่น ที่ กศน. ดูแลรับผิดชอบ) มีแต่หนังสือไม่ “สนุก” ที่ถูกเลือกโดยทางการร่วมกับสำนักพิมพ์รับเหมาจัดหนังสือใส่ห้องสมุดตามราคาที่ต้องการขาย ไม่ใช่ตามความต้องการ “สนุก”ของคนอ่าน

          ครูชอบสั่งสอนนักเรียนให้อ่านหนังสือมีสาระวิชาความรู้ บรรดาคณะกรรมการเกี่ยวกับรณรงค์ให้คนอ่านหนังสือก็ทำอย่างเดียวกัน

          นักเรียนและเยาวชน รวมคนอ่านทั้งหลาย อย่าเชื่อตามคำสอนและคำบอกของครูและของคณะกรรมการฯ

          เพราะชีวิตจริงของครูไม่อ่านหนังสือ ถ้าจะอ่านเองก็เลือกอ่านหนังสือ “สนุก” ไม่อ่านที่มีสาระวิชาความรู้ แต่ไม่ “สนุก”

          ทุกคนอ่านที่อยากอ่านเพราะ “สนุก” เช่น การ์ตูน, นิยายรักแจ่มใส, แม็กกาซีนสารพัดเซ็กซี่ๆ, ฯลฯ ถ้าไม่ “สนุก” ไม่อ่าน