Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม 2554

 

          “น้ำท่วม” ในสมัยก่อนๆ ถือเป็นสิริมงคล ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์

          พระเจ้าแผ่นดินโบราณบางองค์จึงทรงมีพระนามหมายถึง “น้ำท่วม” ว่า พระยางั่วนำถุม ครองศรีสัชนาลัยสุโขทัยราว พ.ศ. 1890 (ประวัติศาสตร์เบ็ดเตล็ด ของ อาจารย์ ดร. ประเสริฐ ณ นคร สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2549 หน้า 231-233) แล้วมีคำอธิบายว่า

          งั่ว เป็นคำนำหน้านามแสดงว่าเป็นลูกชายคนที่ 5, นำถุม แปลว่า น้ำท่วม ยังมีใช้ในภาษาถิ่น

          น้ำท่วมบ้านเมืองมีในตำนานนิทานสุวรรณภูมิหลายเรื่อง ล้วนมีโครงเรื่องคล้ายๆ กัน

          พงศาวดารล้านช้าง เล่าเรื่องแถนและกำเนิดคน 5 พวก เป็นพี่น้องท้องน้ำเต้าปุงเดียวกัน มีน้ำท่วมบ้านเมืองอยู่ตอนต้นเรื่อง สรุปย่อว่า

          ดึกดำบรรพ์นานมาแล้ว ครั้งหนึ่งคนทั้งหลายอยู่เมืองลุ่ม ไม่เคารพยำเกรงแถน

          คราวนั้น แถนเลยลงโทษบันดาลให้น้ำหลากไหลใหญ่หลวง “ท่วมเมืองลุ่มลีดเลียง ท่วมเมืองเพียงละลาย คนทั้งหลายก็ฉิบหายมากนัก”

          ปู่เจ้าผู้มีฤทธิ์รู้ว่าแถนขึ้งโกรธคน เลยเมตตาหาไม้ทำแพทำเรือขนคนลอยหนีน้ำท่วมขึ้นไปอยู่เมืองบน เมืองฟ้า แสดงว่าน้ำท่วมถึงฟ้า

          แถนว่ากล่าวสั่งสอน แล้วส่งคนเหล่านั้นลงมาตั้งหลักแหล่งใหม่อยู่ที่ดอน ต่อมาเมื่อน้ำแห้งเป็นแผ่นดินแล้ว แถนก็สอนให้คนทั้งหลาย “เฮ็ดไฮ่เฮ็ดนา” ทำมาหากินตามประสาคน

          ความโทเมือง (หมายถึงความเป็นมาของเมือง) ของผู้ไทขาวในเวียดนาม เล่าว่าแถนบันดาลให้มีฝนแสนห่าท่วมบ้านท่วมเมืองท่วมฟ้า คนล้มตายหมด แถนต้องสร้างทุกอย่างขึ้นใหม่

          ในพงศาวดารล้านช้างไม่บอกว่าน้ำมาจากไหน? แต่ความโทเมืองบอกว่าน้ำมาจากฝนแสนห่า แต่ไม่บอกว่าฝนแสนห่ามาจากไหน?

          สมัยหลังๆ ต่อมาคนยุคต้นอยุธยาเชื่อว่าแหล่งน้ำอยู่ใต้ดินที่คนทั่วไปเรียกบาดาล

          เมื่อมีน้ำท่วมบ้านเมือง พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาต้องเสด็จลงเรือไปทำพิธีไล่น้ำให้ลดกลับลงบาดาลผ่าน “สะดือ” แผ่นดิน ซึ่งอยู่แม่น้ำเจ้าพระยา ทางใต้อยุธยา เรียกตำบลบางขดาน มีในโคลงกำสรวลสมุทร บอกว่า

          ตกบางขดานดิน         สะดือแม่

          ดลฤดูสั่งล้ำ              ไล่ชล

          แสดงว่าคนยุคต้นอยุธยาไม่เชื่อว่าน้ำไหลลงทะเลอ่าวไทย แต่ไหลลงใต้ดินผ่าน“สะดือ” คือท่อศักดิ์สิทธิ์เป็นทางลงบาดาล