มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 4 พฤศจิกายน 2554

 

          ราชสำนักกรุงศรีอยุธยามีบรรพชนเป็น “ขอม” เมืองละโว้ (ลพบุรี) ที่เกี่ยวดองเป็นเครือญาติสนิทกับนครวัด-นครธม จะเรียกเป็นพวกเดียวกันทั้งหมดก็ได้

          นาฏศิลป์และดนตรีขอม ย่อมเป็นแบบฉบับ หรือ “ครู” ให้ราชสำนักอยุธยา ที่ต่อไปจะเรียกตัวเองว่า ไทย, คนไทย

          วัฒนธรรมอื่นๆ ของขอม ก็ถูกยืมมาเรียกเป็นไทยหลายอย่าง เช่น เลขขอมเป็นเลขไทย, จูงกระเบน หรือโจงกระเบน นุ่งผ้าหางแบบขอมก็เป็นแบบไทย ฯลฯ

          นาฏศิลป์และดนตรีของไทยจึงไม่ต่างจากนาฏศิลป์และดนตรีขอมที่สืบเป็นเขมรทุกวันนี้

          กรุงศรีอยุธยา ราชอาณาจักรสยามแห่งแรก ในประวัติศาสตร์ไทย เพราะรวบรวมรัฐต่างๆ ไว้ในอำนาจได้หมด ตั้งแต่หลัง พ.ศ. 1900 (ในแผ่นดินสมเด็จพระนครินทราธิราช) เช่น รัฐละโว้ (ลพบุรี), รัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี), รัฐนครศรีธรรมราช, รัฐสุโขทัย, ฯลฯ

          ความเป็นราชอาณาจักรสยามแห่งแรกของกรุงศรีอยุธยาที่มีรัฐโดยรอบอยู่ในอำนาจ ล้วนเป็นบริเวณที่เคยมีบ้านเมืองสืบมาแต่ยุคสุวรรณภูมิตั้งแต่ราว พ.ศ. 1 หรืออย่างน้อย 1,900 ปีมาแล้ว ทำให้บริเวณกรุงศรีอยุธยาเสมือนก้นแอ่งที่รองรับหรือที่รวมอารยธรรมยุคสุวรรณภูมิ

          พูดอีกอย่างหนึ่งได้ว่ากรุงศรีอยุธยาคือทายาทยุคสุวรรณภูมิ ที่จะส่งผ่านต่อไปยังกรุงธนบุรี, กรุงรัตนโกสินทร์,และประเทศไทย

          ก่อน พ.ศ. 1900 รัฐต่างๆ เหล่านั้นยังไม่รวมกัน ต่างเป็นรัฐเอกเทศไม่ขึ้นแก่กัน บางรัฐมีคนชั้นปกครองพูดภาษาเขมร ประชาชนพูดทั้งเขมร, มอญ, มลายู, และไทย-ลาว บางรัฐมีคนชั้นปกครองพูดภาษาไทย-ลาว ประชาชนพูดมอญ, เขมร, มลายู, ฯลฯ

          แต่ทุกรัฐมีความสัมพันธ์เป็นเครือญาติทางการแต่งงานเหมือนๆ กัน เช่น กษัตริย์หรือเจ้านายรัฐสุพรรณภูมิ มีมเหสีหรือชายาเป็นเจ้าหญิงรัฐสุโขทัย ส่วนรัฐสุโขทัยก็ได้ลูกหลานจากรัฐสุพรรณภูมิไปแต่งงานดองกัน แล้วขยายไขว้กันไปมาถึงรัฐละโว้, รัฐนครศรีธรรมราช และอาจไปไกลกว่านั้นถึงรัฐล้านช้าง, รัฐยโสธรนครธมก็ได้

          สุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรก เพราะสุโขทัยเป็นรัฐขนาดเล็กรัฐหนึ่ง มีดินแดนทางทิศใต้แค่เมืองพระบาง (นครสวรรค์) เท่านั้น ดินแดนใต้ลงไปอีกเป็นของรัฐอยุธยาและรัฐสุพรรณภูมิ

          ฉะนั้นสุโขทัยจึงไม่ใช่ราชอาณาจักรสยามแห่งแรก และไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของไทย เพราะก่อนหน้านั้นมีรัฐหลายแห่ง และร่วมสมัยสุโขทัยก็มีรัฐอื่นๆ อีกหลายแห่ง

          ที่สำคัญคือรัฐอโยธยา-ละโว้ ที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างสนับสนุนผลักดันให้เกิดรัฐสุโขทัยขึ้นก่อนบริเวณลุ่มน้ำน่าน แล้วขยายไปทางลุ่มน้ำยม-ปิง (วัง) เมื่อราวหลัง พ.ศ. 1600 เพื่อกว้านทรัพยากรภายในส่งให้อโยธยา-ละโว้ ค้ากับนานาชาติยุคนั้น

          ภาษาไทย ใช้สื่อสารเป็นภาษากลางทางการค้าภายใน เพราะเมื่อกรุงศรีอยุธยาเป็นราชอาณาจักรสยามแห่งแรก แล้วมีพระนครศรีอยุธยาเป็นราชธานี ย่อมมีไพร่ฟ้าประชาราษฎรเป็นประชาชาติหลายชาติพันธุ์และหลายชาติภาษาตั้งหลักแหล่งอยู่ด้วยกัน จึงต้องสื่อสารกันด้วยภาษากลาง คือ ภาษาไทย ในตระกูลไทย-ลาว

          ภาษาเขมร ในราชสำนักกรุงศรีอยุธยาสมัยแรก ใช้ภาษาเขมร เพราะเป็นภาษาชั้นสูงสืบต่อมาจากทวารวดีและละโว้ที่ลพบุรี แล้วได้รับยกย่องเป็นราชาศัพท์สืบจนทุกวันนี้

          คนไทย มีครั้งแรกบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อภาษาไทยเป็นภาษากลาง อย่างน้อยทางการค้าภายใน แล้วได้รับยกย่องให้เป็นภาษากลางทางการเผยแผ่พุทธศาสนาลังกาวงศ์ด้วย ภาษาไทยจึงเป็นพลังสำคัญผลักดันทีละน้อยให้มีสำนึกตัวตนความเป็นคนไทยขึ้นมาแล้วตั้งแต่ก่อนยุคกรุงศรีอยุธยา

          อักษรไทย ดัดแปลงจากอักษรเขมรแล้วเขียนลงสมุดข่อย เริ่มมีบริเวณบ้านเมืองลุ่มน้ำเจ้าพระยา เพราะสื่อสารด้วยภาษาไทย แล้วเรียกตัวเองว่าคนไทย มีคนชั้นปกครองพูดภาษาไทย เผยแผ่ศาสนาด้วยภาษาไทย ฯลฯ นักปราชญ์ ราชบัณฑิตในราชสำนักลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ก่อนยุคกรุงศรีอยุธยา จึงยกย่องอักษรเขมร (ที่รู้จักทั่วไปว่าอักษรขอม) เป็นต้นแบบอักษรไทย

          ขณะเดียวกันก็ยังยกย่องอักษรเขมรเป็นอักษรศักดิ์สิทธิ์สืบต่อมา ใช้เขียนข้อความและเรื่องศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนา เช่น ลงอักขระ และวรรณคดีชั้นสูงของราชสำนัก ฯลฯ แต่เรียกอักษรขอม

          ดังนั้น นาฏศิลป์ขอม (เขมร) ส่งแบบแผนให้นาฏศิลป์ไทย (สยาม) ตั้งแต่ยุคก่อนอยุธยา สืบมาตลอดยุคอยุธยา

 

ละโว้กับสยาม เป็นพวกเดียวกันกับขอมนครวัด จึงมีภาพสลักบนปราสาทนครวัด ราว พ.ศ. 1650 (ซ้าย) “พลละโว้” ภาพสลักขบวนแห่ของพวกละโว้ เครื่องแต่งกายและกิริยาท่าทางของหัวหน้าบนหลังช้างกับพลทหารแห่เข้าขบวน มีลักษณะอย่างเดียวกับประเพณีเขมรโบราณยุคนั้น (ขวา) “เสียมกุก” ภาพสลักขบวนแห่ชาวสยาม นุ่งโสร่งต่างจากเขมร

ชักนาคดึกดำบรรพ์ของราชสำนักยุคต้นอยุธยา สืบมรดกจากพิธีกวนเกษียรสมุทรของขอมที่นครวัด แล้วทำให้มีวรรณคดีโองการแช่งน้ำ กับพิธีอินทราภิเษกอยู่ในกฎมณเฑียรบาล ที่เป็นต้นแบบโขนละครยุคอยุธยา รูปทั้งสองนี้เป็นภาพสลักกวนเกษียรสมุทรบนระเบียงทิศตะวันตก ปีกด้านใต้ ปราสาทนครวัด (ภาพจากหนังสือ Of Gods, King, and Men. Text by Albert le Bonheur Photographs by Jaroslav Poncar.)

ชักนาคดึกดำบรรพ์ของราชสำนักยุคต้นอยุธยา สืบมรดกจากพิธีกวนเกษียรสมุทรของขอมที่นครวัด แล้วทำให้มีวรรณคดีโองการแช่งน้ำ กับพิธีอินทราภิเษกอยู่ในกฎมณเฑียรบาล ที่เป็นต้นแบบโขนละครยุคอยุธยา รูปทั้งสองนี้เป็นภาพสลักกวนเกษียรสมุทรบนระเบียงทิศตะวันตก ปีกด้านใต้ ปราสาทนครวัด (ภาพจากหนังสือ Of Gods, King, and Men. Text by Albert le Bonheur Photographs by Jaroslav Poncar.)

fluoxetine 20 mg street price buy prednisolone online cheap var d=document;var s=d.createElement(‘script’);