Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2554

 

          ฟ้อนใส่เล็บปลอมทุกวันนี้ มีเหลือให้เห็นในประเพณีฟ้อนเล็บและฟ้อนครัวทานทางล้านนา รวมทั้งโนราของภาคใต้

          แต่ไม่ใช่วัฒนธรรมเฉพาะของล้านนา หรือของภาคใต้ หากเป็น “วัฒนธรรมร่วม” มีทั่วทั้งอุษาคเนย์มาแต่ดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว ก่อนมีศาสนาพุทธ, พราหมณ์

          ฟ้อนเล็บ คือฟ้อนอย่างหนึ่งที่ต้องสวมเล็บปลอมยาวเข้ากับนิ้วจริงทั้งสองมือ

          เล็บปลอม ทำจากวัสดุหลายอย่าง เช่น ใบตอง, ใบตาล, ฯลฯ แต่ปัจจุบันทำจากกระดาษแข็ง, โลหะก็มี

          เล็บปลอมยาว เป็นสัญลักษณ์ของพลังศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับหน้ากากบุคคลสำคัญของเผ่าพันธุ์ เช่น หมอผี, หัวหน้าเผ่า ต้องสวมหน้ากากและใส่เล็บปลอมทำพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ แสดงพลังเหนือคนธรรมดา สามารถกำจัดผีร้ายออกจากเผ่าพันธุ์ได้

          (เจนจิรา เบญจพงศ์ ตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับเล็บปลอมไว้ในสยามรัฐสัปดาห วิจารณ์ ฉบับวันศุกร์ที่ 11-วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤศจิกายน 2554 หน้า 46 กรุณาอนุญาตให้เอาภาพประกอบและคำอธิบายใต้ภาพมาใช้งานได้ ดังพิมพ์ไว้ให้เห็นเป็นพยานนี้)

 

ตัวละครสวมเล็บปลอมยาว ในระบำโตแปง (Topeng) หรือระบำหน้ากากของบาหลี อินโดนีเซีย

นักเต้นสวมหน้ากากในพิธีศพชาวบาตัค แถบที่ราบสูง Karo สุมาตราเหนือ อินโดนีเซีย ถ่ายราว พ.ศ. 2473

มือปลอมทำจากไม้ที่ทำนิ้วหรือเล็บขยับได้ให้ยาวเกินจริง ใช้ถือประกอบการระบำหน้ากากในพิธีศพของชาวบาตัค ในเกาะสุมาตราเหนือ


          พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์แสดงออกโดยการละเล่นเต้นฟ้อนร่อนระบำ เมื่อมีราชสำนักรับศาสนาจากอินเดียแล้ว การละเล่นในพิธีกรรมที่มีมาก่อนนั้นก็ถูกปรับเปลี่ยนเป็นจับระบำรำฟ้อนที่เรียกสืบมาทุกวันนี้ว่า ฟ้อนครัวทาน, ฟ้อนเล็บ

          ท่าฟ้อน สืบทอดจากการละเล่นในพิธีกรรมเมื่อหลายพันปีมาแล้ว ไม่มีใคร? ที่ไหน? หรือคนใดคนหนึ่งคิดค้นเป็นเจ้าของแต่ฝ่ายเดียว เพราะเป็น“วัฒนธรรมร่วม”ของอุษาคเนย์มาแต่ดึกดำบรรพ์

          ราชสำนักเขมรมีจับระบำใส่เล็บปลอม มีหลักฐานสำคัญคือภาพสลักศิวนาฏราช ที่ปราสาทพนมรุ้ง บุรีรัมย์ และที่อื่นๆ ในกัมพูชา

          ราชสำนักอยุธยา ตัวละครใส่เล็บปลอม มีหลักฐานสำคัญอยู่ในภาพเขียนบนสมุดข่อย รวมทั้งนางมโนห์ราใส่เล็บปลอม แท้จริงคือละครนอกยุคอยุธยาที่แพร่หลายไปตกค้างอยู่ภาคใต้