มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2554

 

          เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง      เดือนสิบสองน้ำทรง

          เดือนอ้าย เดือนยี่         น้ำก็จะรี่ไหลลง

          เป็นกลอนเพลง ประเภทกลอนหัวเดียว หมายถึงส่งสัมผัสท้ายวรรคด้วยสระเสียงเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ

          กลอนที่ยกมาส่งสัมผัสเสียง “อง” คือ ทรง-ลง และยังไม่จบ แต่ผมจำได้แค่นี้ ใครจำได้มากกว่านี้ช่วยบอกด้วย

          “เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง” ปีนี้เข้าเดือน 11 ตั้งแต่กันยายน มีฝนหนักจนถึงตุลาคม น้ำเหนือหลากลงมาแล้วนองทุ่งไปท่วมบ้านเรือนกับสถานที่ต่างๆ ย่อยยับแล้ว

          “เดือนสิบสองน้ำทรง” เป็นช่วงลอยกระทง ตามปกติน้ำจะเต็มหรือล้นตลิ่ง แล้วทรงตัวไม่มีฝนเพิ่มปริมาณน้ำอีก

          “เดือนอ้าย เดือนยี่” โดยรวมๆ แล้วหมายถึงตั้งแต่หลังลอยกระทง จะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่เข้าเดือนอ้าย คือ เดือนที่ 1 ราวพฤศจิกายน-ธันวาคม แล้วต่อด้วยเดือนยี่ คือ เดือนที่ 2 ราวธันวาคม-มกราคม

          “น้ำก็จะรี่ไหลลง” คนโบราณรู้จากประสบการณ์ตรง ว่าหลังลอยกระทงแล้ว ธรรมชาติของน้ำจะค่อยๆ ลดลงทีละน้อยๆ จนหมดจากบ้านเมืองและทุ่งนา

          ไม่ต้องรอเจ้าขุนมูลนายมาทำพิธีไล่น้ำ, สูบน้ำให้วุ่นวาย น้ำจะลดเองธรรมดาๆ เป็นหน้าหนาวเข้าหน้าแล้ง

          เดือนอ้าย ราวพฤศจิกายน-ธันวาคม คือเดือน 1 ขึ้นฤดูกาลใหม่ เป็นช่วงเปลี่ยนปีนักษัตร คือขึ้นนักษัตรใหม่ เช่น จากปีเถาะ เป็นปีมะโรง เป็นต้น เทียบเท่าเดือนมกราคม ขึ้นปีใหม่ทางสากล แต่ความหมายต่างกัน

          ทุกวันนี้เข้าใจคลาดเคลื่อนไปเปลี่ยนปีนักษัตรตอนปีใหม่สากล มกราคมบ้าง ตอนปีใหม่แขกพราหมณ์ เมษายน สงกรานต์บ้าง

          ลม เป็นตัวช่วยให้น้ำลดลงเร็วๆ คนโบราณเชื่ออย่างนั้น

          ด้วยเหตุนี้จึงมีพิธีเดือนอ้ายขอลมให้พัดแรงๆ สม่ำเสมอ เรียกพิธีชักว่าว กับพิธีโล้ชิงช้า เพื่อพัดพาน้ำที่หลากท่วมลดไป ชาวนาจะได้เก็บเกี่ยวข้าวที่ตกรวงแก่ได้เก็บไว้กินทั้งปี

          ทุกวันนี้ด้วยฝีมือคนทั้งหลาย ทำให้สภาพแวดล้อมทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลง ฤดูกาลเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว

          มีโอกาสเกิดวิกฤตน้ำหลากท่วมเป็นภัยประจำปี

fluoxetine generic for prozac buy ampicillin online uk }