Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 23 พฤศจิกายน 2554

 

          “ทำทาน” เป็นการแสดงออกของสังคมอุดมคติเรื่อง “ทานบารมี” แบบพระเวสสันดร

          แต่ต้องเป็น “ทานผ่านสื่อ” ถึงจะมีบุญวาสนาเห็นผลทันตาทันใจในชาตินี้

          ดูได้จากคติทางศาสนาที่สั่งสมผ่านชาดกมานานมากนับพันๆ ปีแล้ว และเห็นจากพฤติกรรมทางสังคมวัฒนธรรมเมื่อเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ

          ชาดก มาจากภาษาบาลี แปลว่า เกิดแล้ว หมายถึงเรื่องราวในอดีตของพระพุทธเจ้าและพระสาวกที่เคยเกิดขึ้นในชาติก่อนๆ แล้วเล่าเป็นนิทาน มีมากกว่า 500 เรื่อง

          นักปราชญ์ราชสำนักโบราณเห็นว่าชาดกมีจำนวนมากเกินคนทั่วไปจะจำได้ จึงเลือกแต่ที่สำคัญต่อสังคมและการเมืองการปกครองยุคนั้นเพียง 10 เรื่อง เรียก           ทศชาติ มาเผยแพร่สู่สาธารณชน ประกอบด้วย

          1.พระเตมีย์ 2. พระมหาชนก 3. พระสุวรรณสาม 4. พระเนมิราช 5. พระมโหสถ 6. พระภูริทัต 7. พระจันทกุมาร 8. พระนารท 9. พระวิธูรบัณฑิต 10. พระเวสสันดร

          จึงพบภาพเขียนจิตรกรรมผนังโบสถ์ วิหารเรื่องทศชาติ มีเกือบทั่วประเทศ

          ชาดกแต่ละเรื่องแสดงบารมีต่างกัน เช่น พระมหาชนก แสดงวิริยบารมี ที่ให้ความสำคัญต่อความเพียร, พระมโหสถ แสดงปัญญาบารมี ที่ให้ความสำคัญต่อวิชาความรู้ สติปัญญา, พระเวสสันดร แสดงทานบารมี เป็นต้น

          ทานบารมี เป็นบารมีสุดท้าย (ลำดับที่ 10) ของพระพุทธเจ้าที่เสวยพระชาติเป็นพระเวสสันดร เรียกมหาชาติ หรือมหาเวสสันดรชาดก ให้ความสำคัญต่อการให้ทาน เมื่อพ้นจากพระชาตินี้แล้วก็ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

          รัฐจารีตโบราณในประเทศไทยตั้งแต่ยุคอยุธยา (หรือก่อนหน้านั้น) ยกย่องมหาเวสสันดรเป็นชาดกยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุด เสมอด้วยอุดมคติของรัฐก็ว่าได้ จึงเผยแผ่ผ่านประเพณีต่างๆ เช่น วรรณคดี, เทศน์มหาชาติ, ภาพเขียนผนังโบสถ์วิหาร, ฯลฯ

          ส่งผลให้สังคมยกย่องการทำบุญด้วยการให้ทานเป็นสิ่งประเสริฐสูงสุด เรียกผู้ทำบุญทำทานเป็นผู้มีบุญ อาจมีอำนาจเป็นพระเจ้าแผ่นดินก็ได้ โดยมีตำนานบอกเล่าเรื่องสามัญชนผู้มีบุญได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินหลายเรื่อง อยู่ในพงศาวดารเหนือ

          เมื่อตายไปก็ได้ไปจุติบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ของพระอินทร์ที่เคยเป็นมฆมานพ ผู้ทำบุญมากมาก่อน

          สังคมทำทาน มีข้อดีที่คนมั่งคั่งมั่งมีแบ่งปันให้คนขาดแคลนทุกข์ยาก

          แต่มีข้อด้อยที่ทำให้ไม่กระตือรือร้นแก้ไขโครงสร้างสังคมเพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ แล้วอาจเพิ่มความเหลื่อมล้ำให้มีมากขึ้นด้วย

          เพราะพวกได้เปรียบจะอ้างว่าสังคมไทยไม่เหมือนใครในโลก เป็นเมืองพุทธ มีคนใจบุญทำบุญทำทานแล้ว จึงไม่ต้องแก้ไขความเหลื่อมล้ำอะไรอีก