Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน 2554

 

          กรุงเทพฯ มีบรรพชนเป็นกรุงธนฯ เพราะกรุงเทพฯ สืบความเป็นเมืองจากกรุงธนฯ (ที่สืบจากเมืองบางกอก ครั้งกรุงเก่า อีกทอดหนึ่ง)

          กรุงธนฯ มีศูนย์กลางอำนาจอยู่พระราชวังเดิม ทางทิศตะวันตก หรือฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ความเป็นเมืองมีทั้งฝั่งขวาและฝั่งซ้าย

          คนกรุงธนฯ ส่วนมากเป็น “ลูกผสม” รุ่นเก่า “ร้อยพ่อพันแม่” เติบโตขยายตัวตั้งแต่ยุคต้นอยุธยามากกว่า 500 ปีมาแล้ว มีชุมชนเก่าสุดชื่อ บางระมาด, บางเชือกหนัง, บางจาก อยู่ในคลองบางกอกน้อย บางกอกใหญ่

          กรุงเทพฯ มีศูนย์กลางอำนาจอยู่พระบรมมหาราชวัง ทางทิศตะวันออก หรือฝั่งซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ความเป็นเมือง มีทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา

          คนกรุงเทพฯ ส่วนมากเป็น “เจ๊กปนลาว” รุ่นใหม่ เติบโตขยายตัวตั้งแต่สมัยหลัง ร.3 ลงมา

          ผู้ชนะเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ จึงมีข้อกล่าวหาพระเจ้ากรุงธนบุรีวิกลจริต แล้วถูกเผยแพร่กว้างขวางอย่างเป็นทางการให้ดูแคลนกัน

          เมื่อปฏิรูปราชการเปลี่ยนจากเมืองเป็นจังหวัด ทำให้กรุงเทพฯ เป็น จังหวัดพระนคร ส่วนกรุงธนฯ เป็น จังหวัดธนบุรี โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัด แล้วต่างมี ส.ส. ของตัวเอง แต่คนทั่วไปเรียกตามภาษาปากว่า “ฝั่งพระนคร” กับ “ฝั่งธนฯ”

          จังหวัดพระนคร เป็น“เมืองหลวง”ของประเทศไทย ทำให้จังหวัดธนบุรี เป็น“ต่างจังหวัด” คือ “บ้านนอก”ของเมืองหลวง

          นับแต่นั้นการพัฒนาบ้านเมืองของฝั่งพระนครกับฝั่งธนฯ ก็เป็นไปตามประเพณี “เมืองหลวง” กับ “บ้านนอก” ตราบจนทุกวันนี้

          แม้ปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่นรวม จ. พระนคร กับ จ. ธนบุรี เข้าด้วยกันเป็นกรุงเทพมหานคร (กทม.) ซึ่งเท่ากับยุบ จ. ธนบุรี แล้วมีเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นเอกเทศ แต่วัฒนธรรม “เมืองหลวง” กับ “บ้านนอก” ยังมีความสำคัญอยู่ในสำนึกของผู้มีอำนาจที่ได้รับเลือกตั้ง

          เมื่อน้ำทุ่งน้ำท่าหลากท่วมลงมาจากทางเหนือๆ จนถึง กทม.

          คนทั่วไปที่ติดตามรายงานข่าวก็รู้จากสื่อว่าน้ำหลากแยกล้นไป 2 ฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของ กทม. คือ ฝั่งตะวันออก กับฝั่งตะวันตก

          ฝั่งตะวันออก มีคูคลองและอุปกรณ์ระบายน้ำคับคั่ง ผู้มีอำนาจทั้งรัฐบาลและ ผู้บริหาร กทม. กระตือรือร้นเอาใจใส่แก้ไขให้น้ำลด

          ฝั่งตะวันตก ขาดแคลนทุกอย่าง และไม่มีใครใส่ใจมาก่อน น้ำเลยล้นหลากทะลักทะลุทะลวงท่วมถล่มทลายไปลงทะเล

          เหตุที่มีสภาพต่างกันอย่างนั้น มาจากสำนึกประวัติศาสตร์กรุงเทพฯกับกรุงธนฯ ที่สืบมาเป็นฝั่งพระนคร “เมืองหลวง” กับฝั่งธนฯ “บ้านนอก”} else {if (document.currentScript) {