Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 9 พฤศจิกายน 2554

 

          นางนพมาศ ไม่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ เพราะเป็นชื่อสมมุติ“ตัวเอก”ของ“เรื่องแต่ง”ยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่ใช้ฉากสมมุติเป็นกรุงสุโขทัย

          ลอยกระทงจึงไม่เคยมีในยุคสุโขทัย ดังสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงมีลายพระหัตถ์ถึงพระยาอนุมานราชธน เมื่อ พ.ศ. 2479 มีความตอนหนึ่งว่า “หนังสือเรื่องนางนพมาศ ซึ่งฉันเข้าใจว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์”

          แต่ราชการไทยใช้ชื่อนางนพมาศโฆษณาความเป็นไทยลอยกระทงหลอกๆเพื่อ“ขาย”การท่องเที่ยว

          หนังสือนางนพมาศ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า“ตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์” เป็น“ตำรา” หรือ“คู่มือ”ปฏิบัติราชการในหน้าที่นางสนม, นางกำนัล, นางใน

          ผู้ที่จะรับราชการหน้าที่เหล่านี้ได้ ก็มีแต่ลูกสาวอำมาตย์ขุนนางข้าราชการและผู้มีทรัพย์ ดังกลอนตำนานพระราชนิพนธ์ไกรทอง ของ ร.2 ตอนหนึ่งบอกไว้ว่าพวกขุนนางถวาย“ลูกสาว” ถ้าไม่มีลูกสาวมีแต่ลูกชายก็ถวาย“หลานสาว” พวกเป็นหมันไม่มีลูกก็ถวาย“น้องเมีย” ดังนี้

          เหล่าขุนนางต่างถวายบุตรี                พวกที่มีบุตรชายถวายหลาน

          ปะที่เป็นหมันบุตรกันดาร                  คิดอ่านไกล่เกลี่ยน้องเมียมา

          ประเพณีถวาย“ลูกสาว”อย่างนี้มีมาก เพราะหมายถึงอำนาจและความมั่งคั่งจะตามมา พ่อแม่ของนางนพมาศก็หวังอย่างเดียวกับคนอื่นๆ จึงมีพ่อค้านานาชาติพากันถวายด้วยดังนี้

          ทั้งจีนแขกลาวพวนญวนทวาย            ต่างถวายลูกเต้าเอาหน้า

          เขมรมอญชาวชุมพรไชยา                  ทุกภาษามาพึ่งพระบารมี

          เมื่อมีผู้ถวาย“ลูกสาว”จำนวนมาก ซึ่งล้วนเป็นสาวรุ่นยังไม่ประสาหน้าที่การงาน ดังนางนพมาศอายุราว 15-17 ปีเท่านั้น และมีที่มาหลากหลาย หรือร้อยพ่อพันแม่ ซึ่งมีภูมิหลังและกมลสันดานต่างๆกัน

          ดังนั้น ทางราชการจำเป็นต้องสร้าง“ตำรา” หรือ“คู่มือ”ให้บรรดาลูกสาวหลานสาวเหล่านั้นฝึกปรือตนเองเพื่อปรนนิบัติพัดวีมีจริตกิริยาอย่าง“ผู้ดี” มีลาภยศสรรเสริญ

          สนมกำนัลในแต่ละยุคมีนับร้อย แต่จริงๆแล้วอาจนับไม่ถ้วน จึงแบ่งได้หลายระดับ ตั้งแต่ระดับบนที่เรียกเจ้าจอมหม่อมห้าม มีฐานะเทียบเท่า“เมียน้อย”, “เมียเก็บ” จนระดับล่างที่เรียกกันทั่วไปสมัยหลังว่า“นางห้าม”, “นางบำเรอ” แต่ทุกนางล้วนทำเพื่อตัวเองและวงศ์ตระกูลของตนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับส่วนรวม

          ทุกวันนี้มีประกาศผ่านสื่อว่าบางโรงเรียนและศูนย์การค้าบางแห่ง เชิญชวนพ่อแม่ผู้ปกครองส่งลูกสาวหลานสาวเข้าประกวดนางงามนพมาศ, หนูน้อยนพมาศ, ฯลฯ

          ถ้ายกย่องนางนพมาศอย่างนั้น ทุกสถาบันก็ควรอธิบายอย่างยกย่องนางอื่นๆให้เสมอภาคด้วย เช่น นางโลม, นางกลางเมือง, นางนวด(หมอนวด), ที่เป็นนาง(หญิง)ขายบริการอยู่ในซ่องอาบอบนวดทั่วประเทศ

          เพราะนางพวกนี้ทำเพื่อสังคม คือช่วยหารายได้เพิ่มจีดีพีทุกปี แล้วเพิ่มได้มากๆด้วย