มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคม 2554

 

          “น้ำท่วม แล้วก็ถึงน้ำแล้ง, น้ำแล้ง แล้วก็ถึงน้ำท่วม”

          น้ำในประเทศไทย (และเพื่อนบ้านโดยรอบ) มีปรากฏการณ์อย่างนี้ตั้งแต่ก่อนมีชื่อประเทศไทยอยู่ในโลก แล้วรู้ทั่วกันว่าน้ำท่วมน้ำแล้งสร้างปัญหาทุกปีตราบจนทุกวันนี้

          แต่รัฐบาลไทยมักอยู่ในสังกัด “ดีแต่พูด” กับ “ดีแต่โม้” อย่างประมาท จึงไม่เอาใจใส่และไม่ใส่ใจเรื่องการบริหารจัดการน้ำ

          อาจมีนายกรัฐมนตรีบางคนเท่านั้นเอาใจใส่และใส่ใจการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ แต่เมื่อคณะรัฐมนตรีไม่เล่นด้วย ก็พังทั้งระบบ หรือรัฐบาลต่อมาไม่ทำอะไรเลย ก็พินาศดังดูจากน้ำท่วมยามนี้ สะท้อนให้เห็นโต้งๆ ว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพในการจัดการสถานการณ์น้ำท่วม

          ปัญหาการจัดการน้ำท่วม ทางราชบัณฑิตยสถานเคยเตือนแล้วเมื่อราว 10 ปีมาแล้วว่ามีปัญหามาก (จากหนังสืออักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย เล่ม 1 ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ. 2545 หน้า 185) ความว่า

          “หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบทั้งทางตรงและทางอ้อม ในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำของประเทศไทยมากกว่า 30 หน่วยงาน ภายใต้ 9 กระทรวง

          ทำให้เกิดปัญหาการขาดเอกภาพในการจัดการเมื่อประสบกับปัญหาภัยแล้ง หรือน้ำท่วม

          รวมทั้งมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ซ้ำซ้อนกัน ทำให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก”

          ราชบัณฑิตยสถานยังเตือนว่า กรุงเทพฯ และเมืองต่างๆ ในที่ราบลุ่มจะเดือดร้อนเพราะน้ำท่วม ดังนี้

          “หากมนุษย์ไปตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนในบริเวณที่ลุ่ม เช่น กรุงเทพมหานครและเมืองต่างๆ ในที่ราบลุ่มแม่น้ำ มักจะประสบปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี

          ทั้งนี้ เพราะคูคลองในตัวเมืองซึ่งเคยเป็นที่ระบายน้ำได้ถูกถมทำถนนหรืออุดตันตื้นเขิน ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน

          รวมทั้งบริเวณต้นน้ำลำธารซึ่งเคยเป็นป่าไม้ที่ชะลอการไหลบ่าของน้ำท่าถูกทำลายไป ทำให้น้ำในแม่น้ำมีปริมาณการไหลสูง และเอ่อท่วมล้นตลิ่ง ก่อให้เกิดความเสียหาย และความเดือดร้อนแก่ราษฎรที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ริมฝั่งแม่น้ำอย่างมาก” (หน้า 184-185)

          พื้นที่ประเทศไทยทั้งหมดแบ่งเป็นลุ่มน้ำขนาดใหญ่ 25 ลุ่มน้ำ เรียก “ลุ่มน้ำประธาน” จำแนกเป็นภาคต่างๆ (ตามหนังสืออักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทย เล่ม 1 ของราชบัณฑิตยสถาน) ดังนี้

          ลุ่มน้ำภาคเหนือ มี 6 ลุ่มน้ำ คือ สาละวิน, กก, ปิง, วัง, ยม, น่าน

          ลุ่มน้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 3 ลุ่มน้ำ คือ โขง, ชี, มูล

          ลุ่มน้ำภาคกลาง มี 7 ลุ่มน้ำ คือ เจ้าพระยา, สะแกกรัง, ป่าสัก, ท่าจีน, แม่กลอง, เพชรบุรี, ชายฝั่งทะเลประจวบคีรีขันธ์

          ลุ่มน้ำภาคตะวันออก มี 4 ลุ่มน้ำ คือ ปราจีนบุรี, บางปะกง, โตนเลสาป, ชายฝั่งทะเลตะวันออก

          ลุ่มน้ำภาคใต้ มี 5 ลุ่มน้ำ คือ ภาคใต้ฝั่งตะวันออก, ตาปี, ทะเลสาบสงขลา, ปัตตานี, ภาคใต้ฝั่งตะวันตก

          พื้นที่ลุ่มน้ำเหล่านี้มีโอกาสท่วมท้นล้นหลากให้คนเดือดร้อนได้ทั้งนั้น

          ยิ่งฤดูกาลแปรปรวนอย่างทุกวันนี้ โอกาสเดือดร้อนจะมีทุกปี บางทีปีละ 2 ครั้งก็ได้ ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง

          ขรรค์ชัย บุนปาน เคยชวนแล้วให้ “แบ่งปันความรู้ เชิดชูศาสนา พัฒนาแหล่งน้ำ” ไว้เมื่อวันเกิดมติชน 9 มกราคม 2553

          ต่อแต่นี้ไปรัฐบาลไทยต้องลงมือพัฒนาแหล่งน้ำสม่ำเสมอทุกปี

          แล้วต้องมีการเรียนการสอนภูมิศาสตร์, ประวัติศาสตร์, ธรรมชาติวิทยา และความรู้เกี่ยวข้องการอยู่ร่วมกับ น้ำท่วม น้ำแล้ง, น้ำแห้ง น้ำล้น อย่างรู้เท่าทัน

fluoxetine generic for buy cialis sublingual} else {