Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2554

 

          น้ำท่วมทุ่ง เพราะทุ่งเป็นพื้นที่ของน้ำ

          เมื่อคนต้องการใช้สอยพื้นที่ของน้ำ ก็ต้องยอมรับปัญหาน้ำท่วมทุ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีมาเมื่อไร? แล้วรุนแรงมากน้อยขนาดไหน? ต้องบริหารจัดการให้เหมาะสม เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้

          นายขจรศักดิ์ มหคุณวรรณ ที่ปรึกษาบริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) อดีตผู้จัดการสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จ. พระนครศรีอยุธยา คนแรก ให้เหตุผลถึงการเลือกพื้นที่ตั้งสวนอุตสาหกรรมโรจนะ เมื่อ พ.ศ. 2531(กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม 2554 หน้า 04) ว่า

          พระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่ที่มีน้ำท่วมมาตั้งแต่โบราณ โดยโรจนะได้นำสถิติน้ำท่วมพระนครศรีอยุธยา 100 ปี มาวางระบบป้องกันน้ำท่วม และนำระดับน้ำท่วมสูงสุดมาบวกเพิ่มอีก 20% ออกมาเป็นคันดินสูง 4 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเมื่อน้ำท่วมภาคกลางครั้งใหญ่เมื่อปี 2538 น้ำสูงเท่ากับแนวคันดิน เมื่อน้ำลดจึงได้เพิ่มความสูงเป็น 5 เมตร

          “ประสบการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่าสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จากเมื่อปี 2531 บริเวณนี้เป็นทุ่งนาและไม่คิดว่าจะมีการพัฒนาพื้นที่รอบสวนอุตสาหกรรม จนทำให้การแก้ปัญหาน้ำท่วมมีความซับซ้อน รวมทั้งทำให้รู้ว่าการคาดน้ำท่วมทำได้ยากและทำให้อนาคตต้องวางแผนป้องในระดับสูงสุด”

          นอกจากแบ่งเอาที่ของน้ำไปใช้สอยแล้ว ยังก่อสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำไหลด้วย ปัญหาก็ยิ่งทวีคูณ

          นายทวีวงศ์ ศรีบุรี ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า (กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม 2554 หน้า 02) ต้องยอมรับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะแก้ปัญหาแค่ปลายเหตุ ที่ผ่านมา เราได้ศึกษาพื้นที่เอาไว้ตั้งแต่ปี 2526 แต่การทำงานไม่ได้เป็นไปตามแผนฯ

          หลายพื้นที่ระบุว่า เป็นพื้นที่ราบลุ่ม น้ำท่วมถึง ไม่ว่าจะเป็นนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ใน จ. อยุธยา หรือแม้แต่นิคมฯนวนคร ก็เป็นที่ราบลุ่ม แต่เราก็ปล่อยให้พื้นที่ดังกล่าว สร้างเป็นนิคมฯ ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะมีปัญหา

          “พื้นที่นิคมฯ นวนครเดิม บล็อกทางน้ำไหล สร้างปัญหาในการระบาย จากนี้ไป รัฐบาลต้องจริงจังกับการใช้พื้นที่ให้มากขึ้น โดยเฉพาะกรมผังเมือง ต้องมีบทบาทมากขึ้น และงานศึกษาวิจัยที่ทำกันไว้ควรนำออกมาพิจารณากันใหม่”

 

          ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำของเนเธอร์แลนด์ ที่ได้รับเชิญมาประเทศไทยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2554 เพื่อร่วมหาแนวทางแก้ไขปัญหาบริหารจัดการน้ำทั้งระบบมีข้อสังเกตว่า

          กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองใหญ่เพียงเมืองเดียวในโลกที่ออกแบบกรอบเวลาในการมองปัญหาระยะสั้นเพียงแค่ 100 ปี ต่างจากกรอบเวลาที่ประเทศอื่นใช้ เช่น

          ฮานอย ประเทศเวียดนาม มองการจัดการปัญหาระยะยาวถึง 220 ปี

          ลอนดอน วางกรอบระยะเวลาไว้ที่ 1,000 ปี

          เนเธอร์แลนด์ มองการจัดการยาวนานถึง 10,000 ปี

          นั่นแสดงว่า ประเทศไทยยอมให้เกิดการเสียหายได้ทุกๆ 100 ปี

          ขณะที่ประเทศอื่นไม่สามารถยอมรับกับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้

          (กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม 2554 หน้า 02)