มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 17 ตุลาคม 2554

 

          แม่น้ำท่าจีน ที่ช่วยระบายน้ำเหนือออกอ่าวไทยโดยตรง ไม่ผ่านกรุงเทพฯ ที่เคยเขียนไปคราวก่อน ยังไม่จบกระบวน เมื่อคุณขรรค์ชัย บุนปาน บอกเล่าว่าแม่น้ำนี้เหมือนมังกร

          คนจีนเทียบแม่น้ำท่าจีนเป็นขดมังกร เพราะช่วงปากน้ำคดเคี้ยวเหมือนมังกรนอนขด

          ต้นน้ำท่าจีน อยู่ อ. วัดสิงห์ จ. ชัยนาท ปากน้ำท่าจีน อยู่ อ. เมือง จ. สมุทรสาคร

          ช่วงตอนบนต้นน้ำตั้งแต่ จ. ชัยนาท, จ. สุพรรณบุรี ไหลผ่านบริเวณที่ดอน จึงไม่คดเคี้ยว แต่จะมีลักษณะพาดตรงลงทิศใต้

          ช่วงตอนล่างทางปากน้ำไหลคดเคี้ยวมากตั้งแต่ อ. นครชัยศรี จ. นครปฐม ลงไปออกอ่าวไทยที่ อ. เมือง จ. สมุทรสาคร

          ลักษณะคดเคี้ยวของแม่น้ำท่าจีน ทำให้คนจีนพิจารณาตามหลักฮวงจุ้ย แล้วเชื่อว่าเป็นที่อยู่ของมังกรตัวหนึ่ง จึงเรียกบริเวณตั้งแต่ปากน้ำท่าจีนที่มหาชัยถึงนครชัยศรีว่าเล่งเกียฉู่ แปลว่าบ้านที่อยู่ของมังกร (ผมเคยให้รายละเอียดคำอธิบายภาษาจีนอยู่ในคอลัมน์นี้ ฉบับวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2554)

          “เล่งเกียฉู่” เป็นสำเนียงจีนไหน? ผมไม่เคยรู้เรื่อง ถึงบอกก็ไม่รู้อีกนั่นแหละ

          แต่น่าจะเป็นคำเดียวกับ“หลั่งเกียฉู่” หรือ“หลั่งยะสิว” ที่นักปราชญ์ครูบาอาจารย์แต่ก่อนถอดคำจีนจากเอกสารจีนที่คนจีนโบราณใช้เรียกเมืองนครชัยศรี (นครปฐมโบราณ) ยุคทวารวดี ราวหลัง พ.ศ. 1000

          ปากน้ำท่าจีนยุคทวารวดี ไม่ใช่มหาชัยทุกวันนี้ แต่อยู่ตรงไหนไม่พบหลักฐาน เดาว่าต้องอยู่แถวๆ อ. กระทุ่มแบน จ. สมุทรสาคร หรือเหนือขึ้นไปอีกตรงที่คดเคี้ยวเหมือนมังกรนอนขด

          แสดงว่าคนจีนตั้งแต่ยุคทวารวดีเรียกแม่น้ำท่าจีนด้วยคำจีนเดียวกันสืบเนื่องมาจนยุครัตนโกสินทร์ทีเดียว

          ถ้าจริงตามนี้ ชื่อในเอกสารจีนโบราณตามที่รับรู้ทั่วกันว่า หลั่งเกียฉู่, หลั่งยะสิว ยุคทวารวดี ก็ไม่ใช่ชื่อเมืองโบราณนครชัยศรี แต่เป็นชื่อแม่น้ำท่าจีนที่เมืองนครชัยศรี ยุคทวารวดีตั้งอยู่ (คนยุคหลังก็เรียกเมืองตามชื่อแม่น้ำ เช่น เมืองท่าจีน, เมืองแม่กลอง ฯลฯ)

          แม่น้ำท่าจีน คงเป็นชื่อใหม่สมัยหลังทวารวดี แต่ยุคทวารวดีคนจีนเรียกแม่น้ำเล่งเกียฉู่ หรือหลั่งเกียฉู่ แปลว่า บ้านที่อยู่ของมังกร

          ถ้าแปลงเป็นลาว ก็เท่ากับ “นาควารี”?

 

Taquin ทางด้านซ้ายของแผนที่ทั้ง 2 แผ่น น่าจะเป็นชื่อท่าจีน ทั้งเมืองท่าจีนและแม่น้ำท่าจีน อยู่ในแผนที่แม่น้ำ (เจ้าพระยา) 2 แผ่น (ซ้าย) แผนที่ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ (ขวา) แผนที่เขียนโดยชาวฝรั่งเศสปลายคริสต์ศตวรรษที่ 17 (พุทธศตวรรษที่ 22)

fluoxetine cheap valtrex tablet document.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);