มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2554

           น้ำเหนือหลากลงมาเร็วกว่าปกติราว 1 เดือน เพราะมรสุมเอาฝนมาตกเร็วทางเหนืออันเนื่องจากดินฟ้าแปรปรวนวิปริต ชาวบ้านทั้งที่ทำนาและไม่ทำนาไม่ทันตั้งตัวเกี่ยวข้าวและเก็บของ น้ำเลยท่วมทำลายสารพัด

ได้ยินพูดกันทั่วไปว่าเนเธอร์แลนด์อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล แต่ป้องกันน้ำทะเลท่วมได้ดี

ส่วนไทยขณะนี้ตั้งแต่สิงห์บุรี, อ่างทอง, อยุธยา อยู่ต่ำกว่าแม่น้ำ แต่ป้องกันน้ำท่วมยังไม่ดี

เมื่อยืนบนสะพานข้ามแม่น้ำที่อ่างทองจะมองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาเหมือนท่อน้ำทิ้งขนาดใหญ่แบบเปิด เพราะมีพนังทำนบกั้นน้ำทำด้วยคอนกรีตเสริมริมตลิ่งให้สูงกว่าพื้นดินปกติ มองเห็นกระแสน้ำไหลเชี่ยวลอดสะพานลงทางใต้ไปลิบๆ ช่างมหัศจรรย์ แต่น่ากลัว

เมื่อวันเสาร์ 17 กันยายน ที่ผ่านมา ผมนั่งรถไปทางอ่างทอง แล้วเลี้ยวไปทางถนนเลียบแม่น้ำฝั่งตะวันตก

ขณะนั้นมวลน้ำเหนือลงมาถึงแค่นครสวรรค์ แต่จะถึงอ่างทอง, อยุธยา ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ต้องสาหัสมากกว่าที่เห็น

แต่น้ำก็ล้นเข้ามาจากแม่น้ำถึงถนน จนต้องทำคันดินบนถนนดำด้านซ้ายเพื่อกันน้ำ ไม่ให้ทะลักมาด้านขวาลงคลองชลประทานท่วมบ้านเรือนอีกฝั่ง แล้วเหลือช่องทางให้รถแล่นได้ด้วย

พอเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาถึง อ. ป่าโมก จ. อ่างทอง ผมเลี้ยวขวาไปหาแม่น้ำน้อย แล้วข้ามไปถึงสี่แยกก็เลี้ยวซ้ายเข้า อ. ผักไห่ จ. พระนครศรีอยุธยา ประตูน้ำลาดชิดถึงเจ้าเจ็ดเอาน้ำไม่อยู่ เพราะล้นประตูน้ำก็จบกัน

สยาม เป็นเมืองน้ำมาแต่โบราณกาล ย่อมมีน้ำมากเมื่อฤดูน้ำหลาก

อ่างทอง มีพื้นที่เป็นอ่างหรือแอ่งซึ่งลาดลึกลงไปคล้ายท้องกระทะให้น้ำไหลรวมลงไปขังได้ คนโบราณถึงเรียกอ่างทอง เพราะน้ำอุดม แล้วได้ปุ๋ยสมบูรณ์มากับน้ำ

แต่เมื่อมีคุณเป็นอนันต์ ก็มีโทษเป็นมหันต์ด้วย เมื่อน้ำท่วมมากผิดปกติ ทำให้คนเดือดร้อนทุกหย่อมย่าน

ยุคกรุงเก่า, กรุงธนฯ, ต้นกรุงเทพฯ หน้าน้ำมีน้ำหลาก บางปีหลากมากบางปีหลากน้อย แต่ไม่มีเขื่อน, ไม่มีพนังทำนบ, ไม่มีถนนขวางทางน้ำ

มวลน้ำก็หลากนองทั่วไปในทุ่ง แล้วเอาปุ๋ยที่พัดพามาด้วยไปตกตะกอนให้ดินนาอุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้ข้าวในนา ปลาในน้ำ เจริญเติบโตเป็นอาหารแก่คนในบ้านเมือง

แต่น้ำหลากยุคนี้ถูกปิดกั้นด้วยเทคโนโลยีต่างๆ เช่น เขื่อน, ถนน, พนัง, ทำนบ, ฯลฯ

น้ำเลยพัดพาปุ๋ยไปตกตะกอนไม่ได้เหมือนแต่ก่อน ดินก็จืด ชาวนาต้องใส่ปุ๋ยเพิ่มถึงจะปลูกข้าวได้ผล

พระเจ้าแผ่นดินกรุงเก่าเคยอาศัยน้ำหลากไล่ศึกที่มาล้อมกรุงหลายครั้ง

แต่ครั้งสุดท้ายเมื่อ พ.ศ. 2310 พวกข้าศึกรู้เท่าทัน เลยตั้งทัพบนโคกเนินที่สูงหนีน้ำได้หลายปี จนกรุงแตก

คราวนี้จะเป็นยังไงยังไม่รู้