มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 16 กันยายน 2554

          ฆ้อง มีรากจากคำชวา-มลายู แล้วไทยรับมาใช้เรียกเครื่องดนตรีกับเครื่องตีเคาะ เช่น ฆ้อง, ระฆัง

อ. อาร์เซนีโอ นิโคลาส (ชาวฟิลิปปินส์ สอนดนตรีชาติพันธุ์ ขณะนี้มาเป็นอาจารย์พิเศษที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม) บอกกับ อ. สุรพล นาถะพินธุ (สอนโบราณคดีที่มหาวิทยาลัยศิลปากร) ว่าฆ้องเป็นคำชวาโบราณ ที่ได้จากเสียงของวัสดุต่างๆ ดังก๊องๆ เช่น กระบอกไม้ไผ่

ผมฟังคำอธิบายแปลภาษาไทยจาก อ. สุรพล เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา แล้วน่าเชื่อ แต่จะจริงหรือไม่จริงยังเถียงกันได้อีกมาก

แต่ชวนให้คิดถึงคำว่าฆ้องใช้เรียกกระบอกไม้ไผ่ที่เคาะดังก๊องๆก่อน เมื่อทำเครื่องมือสัมฤทธิ์เป็นเสียงเหมือนกระบอกไม้ไผ่ได้แล้ว ถึงโอนคำฆ้องเรียกเฉพาะเครื่องมือสัมฤทธิ์ตราบจนทุกวันนี้

ไม้ไผ่ใช้ทำเครื่องดนตรีแรกสุดของอุษาคเนย์ ราว 5,000 ปีมาแล้ว อยู่ในยุคหิน เรียก “วัฒนธรรมไม้ไผ่” หลังจากนั้นเข้าสู่ยุคโลหะมี “วัฒนธรรมฆ้อง” ราว 3,000 ปีมาแล้ว ผมเขียนไว้ในหนังสือดนตรีไทย มาจากไหน? สำนักพิมพ์วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2553

ก่อนหน้านี้ผมใช้ข้อมูลเกี่ยวกับฆ้องและมโหระทึกเป็นหลักฐานประกอบเพื่อแสดงว่าคนไทยอยู่ที่นี่ ที่อุษาคเนย์ แต่นักโบราณคดีเกือบทั้งหมดไม่รู้ดนตรีปี่พาทย์ตะโพนเพลง กับนักดนตรีไม่มีประวัติศาสตร์โบราณคดี เลยวิปลาสคลาดเคลื่อนไม่รับรู้การมีอยู่ของหลักฐานสำคัญเรียกฆ้อง

อ. สุรพลสอนวิชาโบราณคดี ลึกซึ้งเรื่องมโหระทึก ที่เกี่ยวข้องกับฆ้อง

ส่วน อ. อาร์เซนีโอสอนวิชาดนตรีชาติพันธุ์ เชี่ยวชาญเรื่องฆ้อง ที่เกี่ยวดองกับมโหระทึก แต่วิธีทำต่างกัน กล่าวคือ มโหระทึก หล่อด้วยแม่พิมพ์ 2 อันประกบกัน แต่ฆ้อง ใช้ตีขึ้นรูป

โลหะตระกูลฆ้องมี 2 อย่าง ต่างกัน อ. อาร์เซนีโอบอกว่าฆ้องมีปุ่มทำโดยตีขึ้นรูป แล้วให้เสียงโมงๆ ฆ้องไม่มีปุ่มทำโดยหล่อเป็นแผ่น แล้วให้เสียงผ่างๆ มีใช้เล่นเป็นวงอยู่ในหมู่เกาะทางเหนือๆ ของฟิลิปปินส์

อ. สุรพลบอกเพิ่มเติมว่าฆ้องมีปุ่ม ให้เสียงดังก้องมาก เพราะใช้ดีบุกผสมมาก เทคโนโลยีนี้มีขึ้นหลังรู้จักถลุงเหล็ก ราว 2,000 ปีมาแล้ว

ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าฆ้องไม่มีปุ่มก็เรียกฆ้อง เพราะเข้าใจผิดเรียกผ่างๆ มาตลอด ว่าไม่ใช่ฆ้อง แต่ อ. อาร์เซนีโอบอกว่าเรียกฆ้องทั้งนั้น แล้วอธิบายอีกหลายอย่างให้ผมหายโง่ เช่น

บอกว่าในอินเดียมีภาพสลักฆ้องไม่มีปุ่ม เป็นสมัยหลังๆ ราวศตวรรษที่ 10 ซึ่งผมเข้าใจว่าแพร่หลายไปจากจีน แต่ในอินเดียก่อนหน้านั้นไม่มีฆ้องของตัวเอง

Music museum มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ อ. สุกรี เจริญสุข กำลังผลักดันให้เกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างอย่างมั่นคงขณะนี้ เพื่อจัดแสดงพัฒนาการของดนตรีในอุษาคเนย์ ควรให้ความสำคัญความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับวัฒนธรรมไม้ไผ่และโลหะ ที่เป็นวัฒนธรรมร่วมของอุษาคเนย์

โดยเฉพาะเรื่องฆ้อง ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของประชาคมอาเซียนแห่งอุษาคเนย์เท่านั้น ถ้ามีกิจกรรมแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับฆ้องอย่างสม่ำเสมอก็ยิ่งวิเศษ

จะได้เป็นเครื่องปลอบโยนนักดนตรีไทยให้เลิกฟูมฟายความเป็นไทย แล้วมาร่วมกันแสวงหาความรู้เกี่ยวกับความเป็นคนปกติธรรมดาในโลก 

ฆ้อง ทาสีตรงปุ่มฆ้องเป็นรูปแฉกคล้ายดาว อายุราวหลัง พ.ศ. 2000 ที่แหล่งเรือจมน้ำตื้นรอแยลกัปตัน (Royal Captain Shoal Wreck) บริเวณเกาะปาลาวัน (Palawan Island) ฟิลิปปินส์ ฆ้องมีสัญลักษณ์อย่างนี้ปัจจุบันไทยเรียกฆ้องชัย ผมได้หลักฐานนี้จากบทความของ อาจารย์อาร์เซนีโอ นิโคลาส (รูปจากบทความเรื่อง Gongs, Bells, and Cymbals : The Archaeological Record in Maritime Asia from the Ninth to the Seventeenth Centuries by Arsenio Nicolas พิมพ์ใน 2009 Yearbook for Traditional Music)