มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 13 กันยายน 2554

         ช่วงสงกรานต์ เดือน 5 พ.ศ. 2310 กรุงแตก ยศล่มแล้ว ต้องสถาปนาเมืองใหม่ เรียกกรุงธนบุรี กับ กรุงรัตนโกสินทร์

ระหว่าง พ.ศ. 2310-2436 อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ บอกว่านี่คือยุคสมัยแห่งสงครามและการขยายอำนาจ

ทั้งสองอย่างเป็นผลให้เกิดการอพยพโยกย้ายประชากรขนานใหญ่ ทั่วไปทุกภาคของประเทศไทย บวกเข้าไปกับการอพยพเข้าของแรงงานจีนจำนวนมาก เป็นผลต่อพัฒนาการทางการเมืองและสังคม-เศรษฐกิจ

          ในทางการเมือง แนวโน้มของการขยายอำนาจของส่วนกลางไปควบคุมทั้งหัวเมืองและประเทศราชเริ่มปรากฏขึ้น

          ในทางเศรษฐกิจ ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญก็คือ สินค้าที่ผลิตขึ้นในประเทศเพื่อป้อนตลาดต่างประเทศ มีสัดส่วนในสินค้าส่งออกมากกว่าสินค้าของป่าและสินค้าส่งผ่าน สินค้าเหล่านี้เกิดขึ้นจากทุน, เทคโนโลยี, เครือข่ายทางการค้า และแรงงานของชาวจีนอพยพ

อาจารย์นิธิบอกว่า อำนาจของชนชั้นปกครองเริ่มเปลี่ยนจากการคุมกำลังคน ไปสู่การใช้อำนาจเรียกเก็บผลประโยชน์จากการค้าและการผลิต ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทั้งด้านปริมาณและคุณภาพของกลุ่มชนชั้นนำ มีการผสานกันทั้งในผลประโยชน์, รสนิยม, และชีวิต ระหว่าง “เจ้าขุนนางและราษฎรผู้มีทรัพย์” ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ในขณะที่ตลาดภายในก็ขยายตัวขึ้นในเขตที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าหรือการค้า จึงมีผลกระทบในทางกว้างอยู่บ้างเหมือนกัน

รายละเอียดที่อาจารย์นิธิร่างไว้ 8 หน้า A4 มีให้อ่านและวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในwww.sujitwongthes.com ตรงส่วนประวัติศาสตร์ไทยสังเขป ที่คุณขรรค์ชัย บุนปาน มีดำริแล้วสนับสนุนให้ทำอยู่ขณะนี้

นอกจากต้นฉบับร่างของอาจารย์นิธิแล้ว ยังมีเรื่องอื่นๆ ของ อ. ศรีศักร วัลลิโภดม กับ อ. ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ รอการวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในเว็บไซต์อีก 3 เรื่อง คือ

1. การตั้งถิ่นฐานของผู้คนยุคก่อนประวัติศาสตร์ ถึงยุคประวัติศาสตร์ตอนต้น

2. การเข้ามาของอารยธรรมใหญ่ คืออินเดียและจีน

3. ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในคริสต์ศตวรรษที่ 13

เว็บไซต์กับเฟซบุ๊ก ผมทำเองไม่ได้ เพราะล้าหลังทางเทคโนโลยี แต่มีผู้ทำให้ชื่อ ยุ้ย Dream Catcher 

sildenafil sublingual avanafil order