มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 7 กันยายน 2554

          คนกินหมา เพราะถือว่าหมาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ให้พลังแก่คนเมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว แต่อาจนานกว่านั้นอีก แล้วต่อเนื่องสืบจนปัจจุบันยังมีคนบางกลุ่มชอบกินหมาเป็นอาหารพิเศษ

บรรพชนคนไทยก็ยกย่องหมาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดี อยู่ที่ภาพเขียนสีรูปหมา พบหลายแห่ง เช่น ที่เขาปลาร้า จ. อุทัยธานี, เขาจันทน์งาม จ. นครราชสีมา, ฯลฯ

หมาศักดิ์สิทธิ์ “ตัวผู้” 3,000 ปีมาแล้ว มีผู้รักหมาตั้งชื่อว่า “ไอม่า” รูปเขียนสัดส่วนงดงามร่วมสมัยและมีพลังมาก อยู่ที่เขาจันทน์งาม อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา

          แต่รูปหมาขนาดใหญ่สุดท่ามกลางฝูงคนที่ทำท่าคล้ายกบเรียงรายล้อมรอบนับพันๆ คน ราวกับกำลังทำพิธีบูชายัญหมา เป็นภาพเขียนสีแดงบนหน้าผาที่มณฑลกวางสีของจีน แล้วมีคำบอกเล่าเรื่องหมาว่า

          แต่ก่อนคนเรายังโง่ ยังไม่มีข้าวกิน เพราะไม่รู้จักและไม่มีเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูก

          ครั้งนั้นมีหมา 9 หางตัวหนึ่งขึ้นไปบนสวรรค์ แล้วเอาหางทั้ง 9 จุ่มลงไปในกองข้าวของสวรรค์เพื่อขโมยพันธุ์ข้าวมาให้มนุษย์ พันธุ์ข้าวสวรรค์ก็ติดที่หางทั้ง 9 แล้วหนีมา

          เทวดาใช้เทพอาวุธฟาดฟันหมาที่ขโมยพันธุ์ข้าว ถูกหางขาดไป 8 หาง หมาจึงเหลือหางเดียว พร้อมพันธุ์ข้าวที่ติดหางมาให้มนุษย์

          นับตั้งแต่นั้นมามนุษย์ก็รู้จักปลูกข้าวกิน แล้วยกย่องหมาเป็นผู้วิเศษ

ทุกวันนี้ชาวจ้วงบางกลุ่มยังตั้งรูปหมาหินไว้ตรงทางเข้าหมู่บ้าน เมื่อถึงวันตรุษ-วันสารทก็พากันมาตั้งเครื่องเซ่นสรวงสังเวยหมาหินเพื่อขอให้คุ้มครองชุมชนพ้นจากสิ่งชั่วร้าย

เมื่อ พ.ศ. 2537 ผมตระเวนไปบ้านนอกห่างไกลของกวางสี พบชาวจ้วงส่วนมากกินหมาเป็นอาหาร ถือเป็นของดีวิเศษสุด เมื่อมีแขกไปใครมาเยี่ยมเยือนก็ต้องปรุงหมาเป็นกับข้าวขึ้นโต๊ะไว้ต้อนรับขับสู้

ครั้งนั้นผมไม่กล้ากิน แต่ไม่เคยคิดว่ากินหมาแล้วผิด 

viagra sublingual 100mg buy extra super cialis online