มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน 2554

          สำนึกอนุรักษ์โบราณสถานแบบหลังอาณานิคม ต้องเอาคนและชุมชนออกจากบริเวณโดยรอบ เพื่อให้โบราณสถานเป็นซากแห้งแล้งอยู่โดดๆ โดยไม่สัมพันธ์กับคนและชุมชน

นักโบราณคดีที่ทำหน้าที่อนุรักษ์หัวปักหัวปำ นอกจากมองไม่เห็นหัวคนและชุมชนในอดีตแล้ว ยังมองไม่เห็นหัวคนและชุมชนในปัจจุบันด้วย

จึงไม่มีสำนึกแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องราวของโบราณสถาน, คน, และชุมชนนั้นๆ

ความขัดแย้งอย่างไม่จำเป็นก็มีขึ้นซ้ำๆ ซากๆ ในเกือบทุกแห่งที่มีโบราณสถานตั้งอยู่ แล้วมีนักอนุรักษ์หัวปักหัวปำทำงาน

ขัดแย้งมีแล้วก็แล้วไป แต่ยังดำรงความขัดแย้งอยู่ลึกๆ โดยผู้เกี่ยวข้องไม่เคยทำความเข้าใจคนและสังคมที่เปลี่ยนไป แต่ยังสืบสำนึกเจ้าขุนมูลนาย แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของโบราณสถานนั้น ทั้งๆ ที่แท้จริงไม่ใช่อย่างนั้น

ความขัดแย้งกรณีรับฟังความคิดเห็นขึ้นมรดกโลกที่พระปฐมเจดีย์ มีเบื้องหลังหลายอย่าง มีทั้งเล่นกลและหลงกลระหว่างราชการกันเอง และราชการส่วนกลางกับท้องถิ่น

แต่มีอย่างหนึ่งที่ต้องให้ความสำคัญ คือผู้คัดค้านอ้างถึงอยุธยาว่าเมื่อเป็นมรดกโลกแล้วจะห้ามชาวบ้านค้าขาย หรือกีดกันการค้าขายออกไป

ประเด็นนี้มีเจตนาจะให้เข้าใจคลาดเคลื่อนแน่ๆ

แต่ต้องยอมรับก่อนว่าความเข้าใจคลาดเคลื่อนนี้เป็นผลจากการกระทำของข้าราชการนักโบราณคดีอนุรักษ์ทั้งในพื้นที่และส่วนกลางที่ตั้งตนเป็นเจ้าขุนมูลนาย, เจ้าข้าวเจ้าของแต่พวกเดียว โดยไม่ยอมเข้าถึงคนและชุมชน

แล้วไม่ยอมเคลื่อนไหวแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้อะไรทั้งนั้น

ขอเตือนว่าถ้าจะปรับปรุงตัวเองเสียใหม่ก็อย่าพึงสำคัญตนผิดคิดว่าต้อง“ดำเนินการให้ความรู้”แก่ประชาชน แต่พูดจาภาษาอะไรฟังไม่รู้เรื่อง

เพราะประชาชนจะไม่เชื่อถือความรู้ที่ราชการโบราณคดีอนุรักษ์โบราณสถานเอาไปยื่นให้เหมือนเจ้านายตบหัวแล้วลูบหลัง

ควรเลิกสำคัญตนผิดว่าเป็นผู้รู้โบราณคดีแต่พวกเดียว เพราะนั่นคือหนทาง“ฉิบหายนะ”ของโบราณสถานทั่วประเทศ 

viagra sublingual dose cheap levitra 20mg}