Archive for กันยายน, 2011

แขวนกระดิ่งพ่อขุนฯ แก้ความเหลื่อมล้ำทางวัฒนธรรม

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 26 กันยายน 2554

 

           สังคมไทยเปลี่ยนไปแล้ว และกำลังเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เปลี่ยนไปแล้วนั้นให้เปลี่ยนไปข้างหน้าอีกเรื่อยๆ ทุกวัน

          แต่กระทรวงวัฒนธรรมของทุกรัฐบาล ส่งผู้บริหารให้พยายามดึงสังคมไทยถอยหลังเข้าคลองกลับไปสู่ยุคพ่อขุนรามคำแหงทุกเวลา โดยสร้างภาพอุดมคติขึ้นมา เช่น

          “หมู่บ้านไทยมีสันติสุข มีความมั่นคงในทุกด้าน ผู้คนมีความเอื้อเฟื้อต่อกัน และสมัครสมานกลมเกลียวกันจนแทบไม่ต้องการบริการอะไรจากรัฐเลย เพราะสามารถดูแลตัวเองได้ทุกอย่าง”  (เพิ่มเติม…)

หนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2554

พระบรมธาตุเจดีย์ เมืองนครฯ

ชุมชนคนท้องถิ่น I ศุกร์ที่ 23 กันยายน 2554

เรือนอินทร์ หน้าพระลาน

 

          พระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราช ปูชนียสถานที่เป็นโบราณสถานสืบมาแต่โบราณกาล ได้รับการผลักดันจากหลายฝ่ายให้เป็นมรดกโลก เชื่อว่าจะส่งผลให้เมืองนครศรีธรรมราชเศรษฐกิจเฟื่องฟู

          ในหนังสือ พระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช : มหาสถูปแห่งคาบสมุทรภาคใต้ ของ ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร. กล่าวถึงประวัติและหลักฐานการวิเคราะห์เกี่ยวกับองค์พระบรมธาตุเจดีย์ นครฯ สรุปมาดังนี้ (เพิ่มเติม…)

ไล่น้ำให้ลด ถ้าไล่แล้วไม่ลด ก็ฟันน้ำ

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2554

 

           น้ำท่วมไม่ยอมลด พระเจ้าแผ่นดินยุคอยุธยาต้องทรงทำพิธีไล่น้ำ มีโคลงทวาทศมาสบอกว่า

          ๏ ชลธีปละปลั่งค้าง      ทางสินธุ์ 

          นาเวศนาวาวาง           วาดน้ำ

          ตกบางขดานดิน          สดือแม่

          ดลฤดูสั่งล้ำ               ไล่ชล (เพิ่มเติม…)

นาฏศิลป์สุวรรณภูมิ ยุคหลัง พ.ศ. 1000 ไม่รับนาฏศิลป์อินเดีย

มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 23 กันยายน 2554

 

          ร้องรำทำเพลงหรือนาฏศิลป์ดนตรี ย่อมมีเป็นพื้นฐานดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์มาช้านานนักหนาแล้ว ก่อนรู้จักมักคุ้นกับอารยธรรมอินเดีย

          เมื่อมีการติดต่อสังสรรค์ทางสังคมวัฒนธรรมกับอินเดีย ประเพณีการละเล่นต่างๆ ที่มีอยู่แล้วก็มิได้หายไปไหน และมิได้ล้มเลิกละทิ้งไป แต่ยังมีบทบาทและหน้าที่ในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวกับ “ปวงผี” สืบเนื่องมาตลอด (เพิ่มเติม…)

น้ำท่วม (2554)

น้ำท่วม

สุจิตต์ วงษ์เทศ

 

๏ เจ้าเอยน้ำไหล

น้ำไหลลงจากเหนือ

ไม่มีรถ ไม่มีเรือ

น้ำเหนือมาหนีไม่ทัน

พลัดพ่อแม่ผัวเมีย

เสียลูกหลานเรือนขวัญ

รวงข้าวเน่าน้ำพลัน

ชาวนามันน้ำท่วมตาย

                       

บ้านช่างหล่อ กรุงธนบุรี

22 กันยายน 2554

15.00 น. 

สยามเมืองน้ำ มีน้ำมากท่วมสยาม

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน 2554

 

           น้ำเหนือหลากลงมาเร็วกว่าปกติราว 1 เดือน เพราะมรสุมเอาฝนมาตกเร็วทางเหนืออันเนื่องจากดินฟ้าแปรปรวนวิปริต ชาวบ้านทั้งที่ทำนาและไม่ทำนาไม่ทันตั้งตัวเกี่ยวข้าวและเก็บของ น้ำเลยท่วมทำลายสารพัด

          ได้ยินพูดกันทั่วไปว่าเนเธอร์แลนด์อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล แต่ป้องกันน้ำทะเลท่วมได้ดี

          ส่วนไทยขณะนี้ตั้งแต่สิงห์บุรี, อ่างทอง, อยุธยา อยู่ต่ำกว่าแม่น้ำ แต่ป้องกันน้ำท่วมยังไม่ดี (เพิ่มเติม…)

โบราณสถาน 3 แหล่ง รางวัลจากยูเนสโก, รับขวัญข้าว ในสารทเดือนสิบ และพระบรมธาตุเจดีย์ นครศรีธรรมราช

ท้องถิ่นมีชุมชน I พุธที่ 21  กันยายน 2554

นาน้อย อ้อยหนู

 

          หอไตรวัดเทพธิดาฯ (กรุงเทพฯ),  ศาลาวัดคูเต่า (สงขลา), และตึกแถวถนนหน้าพระลาน

          ยูเนสโก ประกาศผลรางวัลเพื่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ปี 2554 ไทยได้ 3 แห่ง ดังนี้

          หอไตรวัดเทพธิดาราม กรุงเทพฯ ได้รับรางวัลอนุรักษ์ดีเด่น เป็นสถาปัตยกรรมสมัยรัชกาลที่ 3 ครั้งโปรดฯ ให้สร้างวัดพระราชทานแก่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ พระราชธิดาองค์ใหญ่ แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2382 ซึ่งคราวสุนทรภู่บวชแล้วจำพรรษาที่วัดนี้ (พ.ศ. 2383 – 2385) เขียนรำพันพิลาปกล่าวถึงหอไตรไว้ด้วย  (เพิ่มเติม…)

สารทเดือนสิบ รับขวัญข้าวตั้งรวง

ชุมชนคนท้องถิ่น I พุธที่ 21 กันยายน 2554

เรือนอินทร์ หน้าพระลาน

 

          เดือนสิบสองที่ราบลุ่มเจ้าพระยาภาคกลาง ตั้งแต่ตอนบน (สุโขทัย-อุตรดิตถ์-พิษณุโลก) ลงมาถึงตอนล่างรอบอ่าวไทย จะมีน้ำนองหลากทุ่งนา ข้าวโตเต็มที่ เริ่มตั้งรวงมีเมล็ดข้าวอ่อนๆ เรียกข้าวน้ำนม

          ตรงนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญช่วงหนึ่งของชาวนายุคดึกดำบรรพ์ที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติ เกรงภัยอันตรายจะเกิดขึ้นทำให้รวงข้าวเสียหาย เลยต้องมีพิธีรับขวัญหรือสู่ขวัญ แล้ววิงวอนร้องขออำนาจเหนือธรรมชาติ ให้ช่วยคุ้มครองป้องกันรวงข้าวอ่อนๆนั้น เพื่อให้เติบโตขึ้นจนเม็ดข้าวแก่ จนเก็บเกี่ยวไว้กินได้ทั้งปีต่อไป (เพิ่มเติม…)

“ตั้วหล่อโก๊ว” กลองแต้จิ๋ว คือ กลองเพล กับกลองทัดไทย

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 21 กันยายน 2554

 

           ถาวร สิกขโกศล นอกจากเป็นครูบาอาจารย์สอนภาษาไทย-จีนแล้ว ยังเป็นคนปี่พาทย์ ย่านศรีประจันต์ สุพรรณบุรี เมื่อเขียนเรื่องแต้จิ๋ว : จีนกลุ่มน้อยที่ยิ่งใหญ่ จึงอธิบายดนตรีแต้จิ๋วไว้ด้วย จะคัดมาจัดย่อหน้าใหม่ให้อ่านเข้าใจง่ายๆ ดังนี้

          “ดนตรีพื้นเมืองดั้งเดิมของแต้จิ๋วมี 5 เสียง (ขาดเสียงฟาและที) 

          ดนตรีจีนจากทางเหนือมี 12 ครึ่งเสียงคล้ายดนตรีตะวันตก เมื่อเข้าสู่แต้จิ๋ว ทำให้ดนตรีแต้จิ๋วพัฒนาเป็น 7 เสียง คล้ายดนตรีไทยแต่ไม่เหมือนกันทีเดียว (เพิ่มเติม…)