มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2554

          บรรพชนคนอุษาคเนย์เมื่อหลายพันปีมาแล้ว ล้วนนับถือศาสนาผีเหมือนกัน ก่อนแยกกันนับถือศาสนาใหญ่ เช่น พุทธ, คริสต์, อิสลาม, พราหมณ์, ซิกข์,ฯลฯ อย่างทุกวันนี้

แม้จะแยกนับถือศาสนาต่างๆแล้ว แต่ยังมีศาสนาผีที่มีมาก่อนเจือผสมอยู่บ้าง

         ประชาคมอาเซียนที่จะมีต่อไปข้างหน้า ควรร่วมกันศึกษาค้นคว้าแล้วทำความเข้าใจเรื่องอย่างนี้

         ศาสนาผี เป็นระบบความเชื่อของบรรพชนคนอุษาคเนย์ไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว

         ผีหรืออำนาจเหนือธรรมชาติของแต่ละชนเผ่าเหล่ากอมีต่างกันบ้าง แต่ที่เชื่อร่วมกันก็มีเช่นงูและกบ 

 

งู, นาค 

         งูเป็นสัตว์มีพิษร้ายและรุนแรงเกินกว่าคนจะแก้ไขได้ ประกอบกับภูมิภาคนี้เป็นเขตร้อนชื้น มีสัตว์เลื้อยคลานโดยเฉพาะงูชุกชุม คนเลยกลัวงู แล้วบูชางูเป็นสิ่งมีอำนาจเหนือธรรมชาติ โดยเชื่อว่ามีหลักแหล่งอยู่ในเรี้ยวในรูลึกลงไปในแผ่นดินที่ภายหลังเรียกบาดาล

ที่นั่นเป็นแหล่งน้ำมหึมาที่งูเป็นเจ้าของ แล้วบันดาลให้ผุดไหลออกมาจากใต้ดินเรียกน้ำซึมน้ำซับ หรือซำ อำนวยความอุดมสมบูรณ์ให้ผู้คนในชุมชน เป็นเหตุให้คนทั้งหลายเซ่นวักงูเป็นผีศักดิ์สิทธิ์มีฤทธิ์เดชคุ้มครองป้องกันและบันดาลความอุดมสมบูรณ์

ภาชนะดินเผา ราว 2,500 ปีมาแล้ว มีลายเขียนรูปงู พบที่บ้านเชียง อ. หนองหาน จ. อุดรธานี

ลายรูปตะกวด (แลน)

ทัพพีดินเผา ทำเป็นรูปคล้ายงู

         ฉะนั้น ภาชนะดินเผาบางใบมีลายเป็นรูปงู และภาชนะดินเผาจำนวนมาก มีลายเขียนสีสัญลักษณ์ของน้ำ เช่น ที่บ้านเชียง (จ. อุดรธานี) แล้วทำสืบเนื่องต่อมาจนถึงสมัยหลังๆ เช่น ยุคทวารวดี ซึ่งพบทั่วไป ภายหลังต่อมาได้รวมถึงสัตว์ร้ายและรุนแรงอื่นๆ เช่น จระเข้, ตะกวด (แลน), ฯลฯ

ความเชื่อเรื่องงูเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์นี่แหละ  ต่อไปจะได้รับยกย่องเป็นนาค หรือพญานาค มีมากในกัมพูชา, ลาว, ไทย, ฯลฯ 

 

กบ, คางคก

         กบเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ มักพบเมื่อฝนตกทุกครั้งไป คนทั้งหลายเลยเชื่อว่ากบคือผู้นำน้ำจากท้องฟ้าให้ไหลหล่นลงมา อันเป็นสิ่งที่มนุษย์ในเขตร้อนชื้นต้องการเมื่อยามแล้งน้ำ

กบ 4 ตัวบนหน้ากลองสัมฤทธิ์ พบที่เวียดนาม ราว 2,500 ปีมาแล้ว

กบที่หลุดจากหน้ากลองมโหระทึกสัมฤทธิ์ พบที่ควนลูกปัด อ. คลองท่อม จ. สุราษฎร์ธานี

กบบนหน้ากลองมโหระทึก พบที่ ต. ท่าเรือ อ. เมือง จ. นครศรีธรรมราช

         ผู้คนพากันยกย่องกบเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ มีฤทธิ์เดชบันดาลความอุดมสมบูรณ์ให้บังเกิดแก่ชุมชนได้ ก็พากันเซ่นวักกบทั้งหลายเป็นผีสำคัญแต่นั้นมา จึงเกิดพิธีกรรมบูชากบคือบูชายัญ แล้วมีการละเล่นเต้นฟ้อนด้วยการเอาโคลนมาทาเนื้อตัวแข้งขาให้มีลวดลายอย่งกบ แล้วทำท่าย่อขาแข้งเหมือนกบ พร้อมกับเซ่นวักเครื่องมือทำมาหากิน เช่น มีด พร้า ขวาน ไถ เป็นต้น เครื่องมือสัมฤทธิ์ เช่น มโหระทึก จึงมีรูปกบเป็นสัญลักษณ์สำคัญประดับหน้ากลอง ฯลฯ  

ภาพเขียนบนเพิงผากับผนังถ้ำมีรูปคนทำท่าคล้ายกบ จะพบทั่วไปทั้งในบริเวณประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง แต่ที่มีมากและยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในมณฑลกวางสี ทางตอนใต้ของจีน ซึ่งเป็นหลักแหล่งของกลุ่มชนพูดตระกูลภาษาลาว-ไทย เมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว

         คางคกที่ชาวบ้านสองฝั่งโขงเรียกคันคาก เป็นสัตวครึ่งบกครึ่งน้ำเช่นเดียวกับกบและแสดงตัวพร้อมเสียงร้องเช่นเดียวกับฝนเช่นเดียวกัน

ชาวบ้านสองฝั่งโขงจึงยกย่องคางคกว่าเป็นสัตว์มีคุณเอาน้ำฝนมาให้คน แล้วแต่งนิทานเรื่องพญาคันคาก เป็นที่รู้จักแพร่หลายทั่วไปสืบจนทุกวันนี้

ชนชาติหลีบนเกาะไหหลำในจีน เป็นพวกพูดตระกูลภาษาไทย-ลาว มีนิทานคางคก แล้วยกย่องคางคกเหมือนกัน

หมา ลายเส้นจากภาพเขียน ราว 2,500 ปีมาแล้ว ที่เพิงผาจันทน์งาม อ. สีคิ้ว จ. นครราชสีมา

หมา

         หมาเป็นสัตว์มีคุณต่อคน เพราะเป็นผู้เอาพันธุ์ข้าวจากฟ้าลงมาดินให้คนปลูกแล้วรู้จักกินเม็ดข้าวที่เอาเปลือกออกแล้ว คนเมื่อราว 3,000 ปีมาแล้ว จึงวาดรูปหมาเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ไว้ทำพิธีกรรมเคารพบูชาตามเพิงผาและถ้ำอันเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ คนบางพวกเลยกินเนื้อหมาเพื่อเป็นพลัง

นอกจากมีนิทานหมาเก้าหางแล้ว ชาวจ้วงในมณฑลกวางสีและชาวเวียดนามบางพวกยังปั้นรูปหมายกไว้ในศาลเพื่อเคารพบูชาเป็นสัตว์มีคุณสืบจนปัจจุบัน

พิธีกรรมทางศาสนาผีของชุมชนหมู่บ้านในอุษาคเนย์ราว 3,000 ปีมาแล้ว มีรูปสัตว์ศักดิ์สิทธิ์หลายอย่าง เช่น นกกระเรียน, ตะกวด (แลน) ฯลฯ ลายเส้นจากรูปสลักบนหน้ากลองทองสัมฤทธิ์ (มโหระทึก) ในวัฒนธรรมดองซอน พบที่เวียดนาม

พิธีกรรมทางศาสนาผีของชุมชนหมู่บ้านในอุษาคเนย์ราว 3,000 ปีมาแล้ว มีรูปสัตว์ศักดิ์สิทธิ์หลายอย่าง เช่น นกกระเรียน, ตะกวด (แลน) ฯลฯ ลายเส้นจากรูปสลักบนหน้ากลองทองสัมฤทธิ์ (มโหระทึก) ในวัฒนธรรมดองซอน พบที่เวียดนาม

กบและคนทำท่ากบในรูปสลักบนไหหิน ที่ทุ่งไหหิน แขวงเชียงขวาง ประเทศลาว