มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 22 สิงหาคม 2554

         กัมพูชาขึ้นทะเบียนกับยูเนสโกเรื่องมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ มีท่ารำกัมพูชาและแสบกกัมพูชา (หนังใหญ่)

กระทรวงวัฒนธรรมเพิ่งแถลง (เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม) ว่าไม่ทำให้ไทยเสียสิทธิขึ้นทะเบียนของไทย เช่น ท่ารำไทยและหนังใหญ่ไทย

แล้วบอกเพิ่มเติมว่าไทยจะขึ้นทะเบียนอีกหลายอย่าง เช่น ละครนอก, ช่างแทงหยวก, ว่าวไทย, การไหว้, สงกรานต์, ฯลฯ จนถึงตำนานแม่นาคพระโขนง

เกือบทั้งหมดเป็นวัฒนธรรมร่วมของสุวรรณภูมิอุษาคเนย์

จะละครนอก หรือละครใน ที่ไทยเรียกแยกไว้ ก็ล้วนมีรากเหง้าจากละครชาวบ้านสุวรรณภูมิอุษาคเนย์เหมือนกันหมด

ช่างแทงหยวกและว่าวมีทั่วไปทั้งสุวรรณภูมิอุษาคเนย์

ไหว้ได้จากอินเดีย สงกรานต์ก็ได้จากอินเดียด้วย แล้วมีเหมือนกันหมดในกลุ่มนับถือพุทธ-พราหมณ์ ยกย่องเป็นปีใหม่ทุกประเทศ

ถ้าจะมีเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชา, พม่า, ลาว ไปจดทะเบียนบ้าง ก็อย่าตีขลุมเป็นของตนแต่ผู้เดียว แล้วตีโพยตีพายด่าทอเขา ดังกรณีท่ารำและแสบก ที่ฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด

         แม่นาคพระโขนง เป็นกรณีพิเศษ ไม่แน่ใจว่าจะมีพล็อตอย่างนี้ในเพื่อนบ้าน เพราะไม่เคยได้ยินว่ามีที่อื่น

แต่แม่นาคก็คือนางนาคที่เขมรเรียก เนียงเนียก เป็นตำนานบรรพชนกัมพูชา และน่าจะหมายถึงบรรพชนทั้งสุวรรณภูมิ

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับมรดกทางวัฒนธรรม มีเหตุจากตำราประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยขาดตกบกพร่อง แล้วทำให้สังคมไทยจองหองพองขน ยกตนข่มท่าน เห็นเพื่อนบ้านต่ำต้อยด้อยค่าไปทั้งนั้น

ต้องชำระประวัติศาสตร์แห่งชาติให้เปิดกว้างทางสังคมวัฒนธรรม แล้วลดเรื่องราวของราชวงศ์และสงคราม ถึงจะสร้างความเข้าใจแล้วมีสันติภาพพอสมควร อยู่ร่วมกันได้อย่างเสมอภาค