มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2554

          นาฏศิลป์และดนตรีของไทยและกัมพูชา เป็นวัฒนธรรมร่วมของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ ก็จริงอยู่

แต่แบบแผนที่แสดงให้เห็นความก้าวหน้าประณีตแนบเนียนอลังการอลงกรณ์สมยศศักดิ์ของราชอาณาจักรยิ่งใหญ่และเก่าแก่ มักพบพยานหลักฐานจำนวนมากและหนักแน่นอยู่ในกัมพูชา ดังที่ยกมาพิมพ์ให้เห็นตัวอย่างพร้อมนี้

ย่อมชี้ชัดว่ากัมพูชาเป็นแหล่งสั่งสมศิลปวิทยาการทางนาฏศิลป์และดนตรีเก่าแก่กว่าที่อื่น จากนั้นจึงแบ่งปันถ่ายเทแลกเปลี่ยนสู่บ้านเมืองอื่นๆ ที่เป็นเครือญาติสนิทสนม เช่น ลาว, ไทย

ยังไม่เคยพบหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีในลาว, ไทย เก่ากว่าที่พบในกัมพูชา หากพบในภายหน้าก็ต้องทบทวนใหม่ 

 

 

ทศกัณฐ์โยกเขาไกรลาส มีหน้ากากรูปต่างๆ เป็นต้นแบบให้หน้ากากละคร (โขน) ราชสำนักกัมพูชา กับอยุธยา แล้วสืบเป็นศีรษะโขนของไทยทุกวันนี้ รูปนี้เป็นภาพสลักหินเมื่อราวหลัง พ.ศ. 1500 ที่หน้าบันปราสาทบันทายสรีในเขมร ขณะนั้นบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยายังไม่มีกรุงสุโขทัย แล้วยังไม่พบหลักฐานว่ามีกลุ่มชนเรียกตัวเองว่าคนไทยและความเป็นไทย

 

พระรามเหยียบบ่าหนุมาน พร้อมไพร่พลใส่หน้ากากรูปต่างๆ อันเป็นต้นแบบท่าโขนละครทุกวันนี้ รูปนี้เป็นภาพสลักหินเรื่องรามเกียรติ์ ราว พ.ศ. 1650 ที่ปราสาทนครวัด ขณะนั้นลุ่มน้ำเจ้าพระยายังไม่มีกรุงสุโขทัย

เครื่องประโคมในพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์เพื่อศาสนาการเมือง ราว พ.ศ. 1650 พบหลักฐานเก่าสุดอยู่ในกัมพูชา มีฆ้อง, กลอง แบบต่างๆ หลากหลาย แล้วสืบเนื่องต่อมาถึงทุกวันนี้ในดนตรีเขมร, พม่า (มอญ), ลาว, ไทย (ภาพสลักพระกฤษณะฉลองชัยชนะ เมื่อปราบอสูรพาณะสำเร็จ บนระเบียงคดด้านทิศเหนือ ปีกตะวันออก ปราสาทนครวัด จากหนังสือ Le Temple d’ Angkor Vat Vol. 3 : Gaierie des Bas-reliefs. Paris : G. Van Oest, 1923-1932.)

forzest 10mg cialis generic