มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2554

           ร้องรำทำเพลง หรือดนตรีและนาฏศิลป์ เป็นวัฒนธรรมร่วมของผู้คนในสุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ Southeast Asia ไม่ใช่สมบัติของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ไทยก็ไม่ใช่เจ้าของแต่ผู้เดียว กรุณาอย่าตีขลุมว่าของไทยไม่เหมือนคนอื่น แล้วเหมารวมเอาของเขาเป็นของตัว

สื่อไทยประโคมข่าวว่ากัมพูชาเสนอยูเนสโก ขึ้นทะเบียนท่ารำ, ท่าจีบ, และหนังใหญ่

บางแห่งตีโพยตีพายว่ากัมพูชาขึ้นทะเบียนรำไทย, ท่าจีบไทย, หนังใหญ่

บางแห่งกระพือเพิ่มว่า“ในอนาคตอาจจะขอขึ้นทะเบียนวรรณคดีสำคัญอย่างขุนช้างขุนแผนและพระอภัยมณี รวมถึงสถาปัตยกรรมไทย เช่น วัดพระแก้ว เรือนไทย และลายไทย” 

แต่ในเนื้อข่าวของสื่อทุกแห่งบอกตรงกันว่ากัมพูชาขอขึ้นทะเบียนมรดกไม่มีตัวตนไว้กับยูเนสโก มี 2 รายการ ชื่อในเว็บไซต์ว่า 1. The Royal Ballet of Cambodia และ 2. Sbek Thom

จะเห็นว่าไม่มีคำว่าท่ารำไทย, ท่าจีบไทย, หนังใหญ่(ไทย) ตามที่สื่อไทยประโคม

1. The Royal Ballet of Cambodia คงหมายถึงละโคนพระกรุณา (ละครหลวง) ของกัมพูชาที่มีท่ารำต่างๆ

การแสดงนี้ทางไทยเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Thai Classical Masked Performance

แล้วไทยขอยืมคำชวา-มลายู โดยผ่านเขมรมาเรียกว่า ละคร และโขน (คำว่าละคร เขมรออกเสียง ละโคน แต่ก่อนไทยรับมาใช้แยกเป็น 2 คำ คือ ละคอน, โขน)

2. Sbek Thom เป็นคำเขมรว่า แสบก ธม ถ่ายเป็นคำไทยว่า หนังใหญ่ (แสบก แปลว่า หนังสัตว์, ธม แปลว่า ใหญ่โต)

แต่สื่อไทยมีคำแปลในวงเล็บว่า Sbek Thom (เขมรเงาโรงละคร) ตรงนี้ผมไม่เข้าใจ เพราะไม่เคยได้ยินเรียกมาก่อน

กวีราชสำนักยุคต้นอยุธยา เรือน พ.ศ. 2000 เคยใช้คำเขมรว่า แสบก อยู่ในสมุทรโฆษคำฉันท์ เมื่อพรรณนาถึงฉลุหนังใหญ่ไว้ดังนี้

           ให้ฉลักแสบกภาพอันชระ

           เป็นบรรพบุรณะ        นเรนทรราชบรรหาร

หมายความว่า พระเจ้าแผ่นดินโปรดให้ฉลุฉลักแผ่นหนังเป็นรูปสวยงาม (เรื่องสมุทรโฆษ) ตามประเพณี

ย้อนกลับไปเรื่องสื่อบางแห่งใช้คำว่า ท่ารำ, รำไทย (ซึ่งไม่มีในเอกสารของกัมพูชา)

รำ, ระบำ เป็นคำเขมรที่ไทยรับมาใช้ แล้วคิดว่าเป็นคำไทย เช่น ฟ้อนรำ, ฟ้อนระบำ

แต่เสียใจด้วยนะที่ ฟ้อน เป็นคำลาว

ต้องย้ำอีกบ่อยๆ ว่า ผู้คนในอุษาคเนย์ Southeast Asia มีวัฒนธรรมร่วมกันไม่น้อยกว่า 3,000 ปีมาแล้ว โดยเฉพาะด้านร้องรำทำเพลง (ดนตรีและนาฏศิลป์)

ดังนั้นอย่าได้ตีขลุมว่ารำไทย, จีบไทย, ฯลฯ เป็นสมบัติเฉพาะไทย เพราะนี่เป็นสมบัติวัฒนธรรมร่วมกันทั้งหมด เมื่ออยู่ตรงไหนให้เรียกเป็นของที่นั่นแค่นั้น

ดนตรีและนาฏศิลป์ตามจารีตประเพณีของสุวรรณภูมิ มีรูปร่างหน้าตาท่าทางอย่างเดียวกัน

อยู่ในไทยเรียกดนตรีไทย นาฏศิลป์ไทย, อยู่ในลาวเรียกดนตรีลาว นาฏศิลป์ ลาว, อยู่ในเขมรเรียกดนตรีเขมร นาฏศิลป์เขมร

อย่าขี้ตู่ยกตนข่มท่านว่านั่นของไทย

สื่อต้องร่วมกันทำความเข้าใจประวัติศาสตร์สุวรรณภูมิและอุษาคเนย์ให้มากๆ จะได้ไม่ราดน้ำมันใส่กองไฟ

แต่ต้องร่วมกันดับไฟ ด้วยวิธีสร้างความเข้าใจให้เกิดประชาคมอาเซียนอย่างสันติภาพ