มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 17 สิงหาคม 2554

         ในแง่ของเสียงแล้ว คำกะเหรี่ยงกับกะหร่างผมฟังไม่ต่างกัน

แต่ในแง่รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ มีผู้เขียนมาบอก (ไม่ประสงค์ออกนาม) ว่าต่างกัน จะขอปรับปรุงมาแบ่งปันเผยแพร่ให้กว้างขวางออกไปดังนี้

         ตามที่คุณสุจิตต์ได้บอกในคอลัมน์ว่า “ขอเดาว่า กะเหรี่ยง, กะหร่างเป็นคำเดียวกัน แต่ออกสำเนียงต่างกันตามลิ้นคนละถิ่น” นั้น  

         จากประสบการณ์ที่เคยได้ทำงานวิจัยเกี่ยวกับชุมชนกะเหรี่ยง ผมคิดว่าเป็นความเข้าใจที่ผิดครับ

         “กะเหรี่ยง” เดิมเป็นคำที่คนมอญใช้เรียกกลุ่มคนที่อยู่ในพื้นที่ป่าเขา (คือพรมแดนประเทศไทย-พม่า) ปัจจุบันเรียกว่า กะเหรี่ยงโปว์ เรียกตัวเองว่า“เกอะญา”

         “กะหร่าง” เป็นคำที่ใช้เรียกลุ่มคนเดียวกัน แต่มีลักษณะต่างไปด้วยภาษาและการแต่งกาย ซึ่งก็คือกะเหรี่ยงสะกอ ที่มักเรียกตัวเองว่า “เกอะญอ”

         คำว่า “เกอะญา” นี้เอง ที่นักวิชาการคิดว่าได้เพี้ยนกลายเป็นคำว่า karyan ซึ่งเป็นคำพม่าโบราณที่ใช้เรียกเหมารวมกลุ่มคนทั้ง 2 กลุ่ม ซึ่งเพี้ยนกลายเป็นคำที่หลากหลายตามกลุ่มคนที่ใช้ภาษาต่างกันในเวลาต่อมา สรุปได้ดังนี้

         “กะเหรี่ยง” ซึ่งเป็นคำที่คนมอญใช้เรียกกะเหรี่ยงสะกอ และคนไทยใช้เรียกกะเหรี่ยงทั้ง 2 กลุ่ม

         “กะหร่าง” ซึ่งเป็นคำที่คนมอญใช้เรียกกะเหรี่ยงโปว์

         “คะหยิ่น” ซึ่งเป็นคำที่คนพม่าใช้เรียกกะเหรี่ยงทั้ง 2 กลุ่ม โดยมีนัยของความป่าเถื่อนซ่อนอยู่ด้วย

         “ยาง” ซึ่งเป็นคำที่คนพูดภาษาไตทางตอนเหนือและคนไทยภาคเหนือ (คนเมือง) ใช้เรียกกะเหรี่ยงทั้ง 2 กลุ่มและอาจกล่าวได้ว่ามีนัยของความล้าหลังอยู่

         ในยุคสมัยใหม่ได้มีการแยกชนกลุ่มน้อยต่างๆ และเรียกอย่างเหมารวมว่า “กะเหรี่ยง” มักจะมาพร้อมทัศนคติในแง่ลบ เช่น ความล้าหลัง ความป่าเถื่อน การศึกษาต่ำ

         ดังนั้นชาวสะกอจึงได้รณรงค์ให้เรียกกลุ่มตนว่า “ปกาเกอะญอ” แปลว่าคนป่าหรือผู้อาศัยอยู่ในป่า ซึ่งบ่งบอกถึงความมีศักดิ์ศรี แต่ชื่อดังกล่าวกลับไม่ได้รับการยอมรับจากชาวโปว์ ซึ่งเรียกตนเองว่า “โพล่ง”

         ท้ายที่สุด เมื่อมีการเรียกรวมกลุ่มใหญ่ที่มีทั้งสะกอและโปว์ เพื่อสร้างจิตสำนึกชาติพันธุ์ สร้างความเข้มแข็งและเพิ่มอำนาจต่อรองกับภาครัฐ จึงได้มีการนำเอาคำว่า “กะเหรี่ยง” กลับมาใช้อีกครั้งในการตั้งชื่อองค์กรและขบวนการเคลื่อนไหวต่างๆ ดังนี้

         “กะเหรี่ยง” คือ คำที่ใช้เรียกรวมกลุ่มชาติพันธุ์ทั้ง 2 กลุ่ม คือ สะกอและโปว์ โดยมีนัยเชิงลบเล็กน้อย

         “ปกาเกอะญอ” คือ คำที่กลุ่มกะเหรี่ยงสะกอใช้เรียกตนเอง และบุคคลภายนอกใช้เรียกที่สุภาพกว่า “กะเหรี่ยง เผ่าสะกอ”

         “โพล่ง” คือคำที่กลุ่มกะเหรี่ยงโปว์ใช้เรียกตนเอง และบุคคลภายนอกใช้เรียกที่สุภาพกว่า “กะเหรี่ยง เผ่าโปว์”

         กะเหรี่ยงเผ่าสะกอ หรือ กะเหรี่ยง หรือ ปกาเกอะญอ นั้น อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของเมืองไทย มีภาษาตระกูลทิเบต-พม่า

         กะเหรี่ยงเผ่าโปว์ หรือ กะหร่าง หรือ โพล่ง นั้น อาศัยอยู่ตะเข็บชายแดนแถว เพชรบุรี กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์

         แต่ถึงแม้จะเป็นกะเหรี่ยง แต่ทั้ง 2 เผ่านี้ ก็มีการแต่งตัวคนละแบบ และพูดคนละภาษา จึงไม่ควรนำมาเหมารวมกัน

         ขอบพระคุณอย่างยิ่งที่กรุณาอธิบาย

ผมไม่เถียง แล้วไม่ถาม เพราะประสบการณ์ไม่พอถามและเถียง จึงน้อมรับความรู้ที่กรุณาบอกมานี้

แต่ชวนให้หวนคิดไปทางลาว ที่คนไทยเรียกชื่อต่างกันหลายพวก เช่น ลาวเวียง, ลาวพวน, ลาวโซ่ง, ฯลฯ แต่งตัวต่างกัน สำเนียงต่างกัน แต่พูดลาวและเป็นลาวคือกัน 

forzest ranbaxy cialis 5mg