มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 27 กรกฎาคม 2554

          มิวเซียมหมอลำ จะมีขึ้นในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งของภาคอีสาน เพื่อรวบรวมและจัดแสดงข้อมูลความรู้เกี่ยวกับหมอลำ

          หน่วยราชการที่ริเริ่มจะจัดตั้งมิวเซียมหมอลำ อธิบายเหตุผลว่า

          “เพราะนับวันการแสดงหมอลำจะผิดเพี้ยนกลายเป็นหมอลำประยุกต์มากขึ้น เกรงว่าในอนาคตข้างหน้าอาจส่งผลให้เด็กรุ่นใหม่ไม่รู้จักหมอลำ” 

          ประยุกต์ หมายถึงปรับใช้ให้เป็นประโยชน์ แล้วอาจเกิดสิ่งใหม่กลายเป็นงานสร้างสรรค์ร่วมสมัยก็ได้ ถ้าสังคมยอมรับ แล้วนิยมยกย่อง

          ลิเก กับ ลำตัด เป็นงานสร้างสรรค์เพิ่งมีขึ้นใหม่ในกรุงเทพฯสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเอาละครนอกกับเล่นเพลงพื้นบ้านพื้นเมืองมาประยุกต์เข้ากับการละเล่นดิเกร์ของมุสลิมมลายูปัตตานี มีกลองรำมะนาตีประกอบ

          หมอลำประยุกต์ เช่น หมอลำซิ่ง ฯลฯ เป็นงานสร้างสรรค์ของคนอีสานในรัชกาลนี้เอง ด้วยความคิดพื้นฐานเดียวกับงานสร้างสรรค์ลิเกกับลำตัด ของคนกรุงเทพฯในแผ่นดินรัชกาลที่ 5

          หมอลำซิ่ง ใช้พื้นฐานหมอลำดั้งเดิม เช่น หมอลำกลอน, หมอลำเรื่อง, หมอลำผญา แต่ตัดมาสั้นๆ เหมือนลำตัด แล้วใช้เครื่องดนตรีฝรั่งผสมแคนให้มีลักษณะร่วมสมัยวัยรุ่น

          แต่เบสิกพื้นฐานทุกอย่างอยู่ในวัฒนธรรมลาว ซึ่งควรยกย่องมากกว่าตำหนิ แล้วยังต้องสนับสนุนให้สร้างสรรค์พิถีพิถันประณีตขึ้นด้วยซ้ำไป

          ถ้ามิวเซียมหมอลำทำได้จริง แล้วมีขึ้นจริงๆ ก็ต้องมีหมอลำประยุกต์อย่างหมอลำซิ่งอยู่ในมิวเซียมด้วย

          หากไม่มีก็เท่ากับขาดตกบกพร่องทางวิชาการอย่างไม่ควรอภัย

          ถามจริงๆ เถอะ คนราชการที่ตำหนิหมอลำประยุกต์น่ะ เคยดูหมอลำซิ่งบ้างไหม? แล้วฟังหมอลำกลอนรู้เรื่องเข้าใจหรือไม่?

          ฉันทลักษณ์กลอนลำสองฝั่งโขงของหมอลำ เป็นรากเหง้าของโคลงทั้งหลาย ตั้งแต่โคลงสอง, โคลงสาม, โคลงสี่(สุภาพ), และโคลงดั้นต่างๆ ที่คนภาคกลางพยายามหารากจากอินเดีย เพราะไม่อยากมีรากจากลาว

          แต่หาทั่วชมพูทวีปก็ไม่พบ เพราะแท้จริงมาจากลาว

          ราชการที่คิดสร้างมิวเซียมหมอลำ จะยอมรับความจริงอย่างนี้ได้ไหม?

          หรือคิดแต่จะโกหกตัวเองต่อไปอีกเรื่อยๆ ตามประสาความเป็นไทย 

forzest preisvergleich lexapro generic buy