มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2554

          กรุงสุโขทัย เป็นราชธานีแห่งแรกของไทย, กรุงศรีอยุธยา มีขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 1893, ฯลฯ

นี่คือประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยที่เสกสรรปั้น “แต่ง” จากจินตนาการ ฝันไม่เป็นจริงของคนชั้นนำอำมาตย์ยุคก่อน

โดยไม่แสดงพยานหลักฐาน แล้วไม่อธิบายพัฒนาการทางเศรษฐกิจการเมืองและสังคมวัฒนธรรมใดๆ ทั้งนั้น จู่ๆ ก็มีกรุงสุโขทัย, กรุงศรีอยุธยา เสมือนลอยสวรรค์ลงมา หรือผุดจากขุยไผ่ใต้ดินเหมือนหน่อไม้

อิทธิพลของประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยอย่างนี้เอง ครอบงำวิธีคิดและวิธีทำของคนชั้นนำไทย โดยจินตนาการฝันไม่เป็นจริงว่าถ้าแสดงความรักชาติอย่างสุดใจขาดดิ้น จะได้คะแนนชาตินิยมแบบถล่มทลายในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา

จึงสมคบกันต่อต้านเขมรกรณีปราสาทพระวิหาร ด้วยการประกาศว่าประเทศไทยถอนตัวจากภาคีอนุสัญญามรดกโลก โดยไม่มีคำอธิบายที่ไปที่มาอย่างมีพยานหลักฐานจริงๆ ได้แต่งึมๆ งำๆ ปั้นน้ำเป็นตัวด้วยมารยาสาไถย

เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม ผมเพิ่งได้อ่านความจริง ในบทความเรื่อง ลาออกจากมรดกโลก : บนความสูญเสียของใคร? โดย พวงทอง ภวัครพันธุ์ (ใน มติชน ออนไลน์ วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2554) ถึงเพิ่งรู้ว่าคนไทยถูกหลอกจริงๆ จากคนชั้นนำไทย

ด้วยวิธีคิดเสกสรรปั้นแต่งจากจินตนาการฝันไม่เป็นจริงแบบประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทย ทำให้นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์โบราณคดีและประวัติศาสตร์ศิลป์บางกลุ่มบางเหล่าเห็นดีเห็นงามบอกว่า “ออกจากมรดกโลกดีแล้ว เราดูแลรักษาเองได้  ไม่ต้องง้อยูเนสโก”

ได้ยินอย่างนี้แล้วกลุ้มใจ เพราะ

สุโขทัยเมืองเก่าเกือบเอาไว้ไม่อยู่ เมื่อราว 40 ปีมาแล้ว เพราะผู้มีอิทธิพลในเครื่องแบบทั้งจากท้องถิ่นและจากส่วนกลาง ที่ล้วนเป็นบริวารวงศารัฐบาลเผด็จการทหารที่ต้องการทำลายแหล่งประวัติศาสตร์โบราณคดี เพื่อเอาของเก่าขาย แล้วเอาที่ดินสร้างตึกแถวไว้เซ็งลี้

ยูเนสโกรู้ปัญหา เลยป่าวร้อง “สิบสองภาษา” นานาชาติเข้ามาสนับสนุนนักโบราณคดี กรมศิลปากร ทำให้รัฐบาลเผด็จการทหารเกรงใจ แล้วลดขัดขวางการอนุรักษ์เมืองสุโขทัยลง แต่ยังมีบ้าง

ต่อมายูเนสโกประกาศให้สุโขทัยเป็น “มรดกโลก” ยิ่งทำให้รัฐบาลเผด็จการทหารยำเกรงไม่กล้าแตะต้อง เลยส่งผลดีให้กรมศิลปากรขยายออกไปถึงเมืองกำแพงเพชร (จ. กำแพงเพชร), เมืองศรีสัชนาลัย (อ. ศรีสัชนาลัย จ. สุโขทัย) ตามลำดับ

นี่เป็นพยานยิ่งใหญ่ว่ายูเนสโกช่วยทัดทานอำนาจเผด็จการทหาร ทำให้สังคมไทยรักษาสามเมืองเก่าไว้ได้

แต่แล้วทุกวันนี้มีปัญหาบำรุงรักษา เพราะปล่อยให้มีสิ่งปลอมปนที่ขัดมรดกโลก

 อยุธยา ก็เช่นเดียวกัน ถูกรัฐบาลเผด็จการทหารต้มยำทำแกง ให้ท้ายผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นเอารถแทรกเตอร์ไถโบราณสถาน วิหาร เจดีย์ จนฉิบหายวายวอดเกือบหมด เพื่อเอาอิฐเก่าออกขายทอดตลาด แม้มีผู้พยายามต่อต้านก็ไม่สำเร็จ

กระทั่งหมดยุคเก่า เข้ายุคใหม่ เป็นรัฐบาลพลเรือน “ราชาชาตินิยม” ยกทุนเป็นใหญ่ ก็เอาแต่จะ “ขาย” พื้นที่ธุรกิจการค้าด้วยการทำลายสภาพแวดล้อมทางประวัติศาสตร์โบราณคดี และทางธรรมชาติ เช่น คู, คลอง ทั้งในเกาะเมืองและนอกเกาะ

ยูเนสโก มาช่วยไว้อีกด้วยการประกาศยกย่องเป็น “มรดกโลก”

ถามจริงๆ เถอะ ขณะนี้ดูแลรักษาอยุธยาดีแล้วจริงๆ หรือ? ฝันไปหรือเปล่า?

ถ้าทำดีจริงแล้วทำได้จริงอย่างที่อวดอหังการ แล้วทำไมมีแต่ข่าวร้ายๆ ทำลายแหล่งประวัติศาสตร์และธรรมชาติต่างๆ อยู่เสมอไม่เว้น? เช่น จัดงานมีการละเล่นทับซ้อนบนซากวัดมหาธาตุทุกปี ทั้งๆ เป็น “ใจเมือง” หรือ “ศรี” ของกรุงศรีอยุธยา เป็นต้น