มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่ 6 กรกฎาคม 2554

          “ชีวีนี้สั้น ศิลปะยืนยาว” มีผู้สงสัยว่าหมายถึงอะไรแน่? เพราะทุกวันนี้งานศิลปะมีอายุสั้นนิดเดียว แต่ศิลปินผู้ทำงานศิลปะเหล่านั้นอวดว่ายืนยาวยิ่งใหญ่ แล้วต่อต้านคนคิดต่างอย่างรุนแรง

ผมตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้ที่มาแท้จริง แต่เคยเขียนเกี่ยวข้องคำว่า “ศิลปะ” ไว้นานแล้ว จะยกมาเล่าใหม่

คำว่า “ศิลปะ” มีรากจากคำสันสกฤต ส่วนภาษาบาลีว่า สิปปะ คำละตินว่า ars ในสังคมสมัยแรกๆ แปลว่าวิชาความรู้ ตรงกับภาษาอังกฤษว่า knowledge

          ศิลปวิทยา หมายถึงวิชาความรู้ทั่วไป และศิลปวิทยาการ หมายถึงผู้ทำวิชาความรู้ทั่วไป ได้แก่ ครูบาอาจารย์และฤาษี มีตัวอย่างดังนี้

          เมืองละโว้ (ลพบุรี) เมื่อเรือน พ.ศ. 1700 เป็นศูนย์กลางของ ศิลปวิทยาการ ยุคนั้น ดังนั้นพระร่วง (กรุงสุโขทัย) กับพญางำเมือง (เมืองพะเยา) จึงไปศึกษาเล่าเรียน ศิลปวิทยาอยู่ด้วยกันในสำนักสุกกทันตฤาษีที่เขาสมอคอน กลางทุ่งนอกเมืองละโว้ 

ศิลปวิทยา ตรงกับ ศิลปศาสตร์ คือวิชาความรู้พื้นฐานทั่วไป–general knowledge–ซึ่งปัจจุบันเรียกมนุษยศาสตร์ หมายถึงวิชาความรู้พื้นฐานทั่วไปเพื่อความเป็นคนอย่างสมบูรณ์

มีผู้แปลคำฝรั่งโบราณสมัยแรกๆ ได้ใจความว่า  “ชีวีนี้สั้น ศิลปะยืนยาว” ซึ่งควรเข้าใจว่าหมายถึง “ชีวีนี้สั้น ศิลปวิทยายืนยาว”

          ชีวีนี้สั้นนักหนา                     ศิลปวิทยายืนยาวยิ่ง

          รู้เท่าทันโลกชีวิตจริง             ทุกสิ่งย่อมเป็นไปเช่นนั้น

หลังจากนั้น (เมื่อไรก็ไม่รู้) เศรษฐกิจการเมืองสังคมโลกเปลี่ยนแปลงความหมายของคำว่า “ศิลปะ” ก็เปลี่ยนไปหมายถึงความงาม, สิ่งที่สร้างขึ้นเป็นรูปรอยเพื่อสื่อทางอารมณ์หรือความรู้สึก, งานสร้างสรรค์เป็นชิ้นๆ อย่างๆ เช่น รูปเขียน, รูปวาด, รูปปั้น, รูปแกะสลัก, ฯลฯ โดยฝีมือปัจเจกชนที่มีตัวตนและมีคำเรียกกันภายหลังว่า ศิลปิน

คนเราควรมีศิลปวิทยา คือวิชาความรู้พื้นฐานทั่วไปเพื่อความเป็นคนอย่างสมบูรณ์ จะได้สดับตรับฟังความคิดเห็นแตกต่างอย่างอ่อนน้อมถ่อมตัว แล้วไม่ด่วนตัดสินปัญหาด้วยความรุนแรง