มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2554

 

ศาลาการเปรียญวัดบางประทุนใน เป็นศาลาจำหลักไม้หลังเดียวในประเทศไทยที่ยังเหลือให้เห็น แต่คนเข้าวัดมองไม่เห็น

วัดบางประทุนใน อยู่ในสวนริมคลองบางประทุน แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เป็นวัดชาวบ้านที่น่าจะมีมาแต่ครั้งอยุธยา ครั้นถึงแผ่นดินรัชกาลที่ 3 มีผู้ปฏิสังขรณ์ใหม่ แล้วสร้างศาลาการเปรียญเสร็จในรัชกาลที่ 4

ในแผ่นดินรัชกาลที่ 4 นี่เอง เจ้าอาวาสพระอธิการบุญ มีคดีความต้องถูกเนรเทศไปอยู่สงขลา เลยตั้งชื่อวัดเสียใหม่ว่าวัดแก้วไพฑูรย์ ทำให้ทั่วไปเรียกสองชื่อ ทางการเรียกวัดแก้วไพฑูรย์ แต่ชาวบ้านเรียกวัดบางประทุนใน (ยังมีวัดบางประทุนนอกอีกวัดหนึ่งอยู่ไม่ไกลกัน)

มีศาลาการเปรียญไม้ ฝีมือช่างหลวง แกะสลักลวดลายทั้งหลัง เต็มไปทุกส่วนของฝาปะกนด้านนอก (ศาลาการเปรียญ เป็นศาลาวัดสำหรับพระสงฆ์แสดงธรรม หรือเป็นศาลาวัดที่สาธุชนชาวบ้านมาชุมนุมทำพิธีกรรมทางศาสนา)

“นับว่าเป็นศาลาการเปรียญไม้หลังเดียวเหลืออยู่ในประเทศไทยขณะนี้ที่มีแกะสลักฝาปะกนทั้งหลัง” พล.อ.ต. อาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร กล่าวถึงศาลาการเปรียญวัดบางปะทุนในเมื่อบ่ายวันเสาร์ 11 มิถุนายน 2554 ขณะหารือกับพระครูวิมลรัตนาธาร เจ้าอาวาส พร้อมด้วยราชบัณฑิต สมใจ นิ่มเล็ก, อธิบดีกรมศิลปากร โสมสุดา ลียะวณิช, และประธานฯ ขรรค์ชัย บุนปาน

“จะยกศาลาให้สูงขึ้นแก้ไขความชื้น ส่วนที่ผุพังเสียหายแล้วอาจต้องรื้อทำใหม่” อดีตอธิบดีอาวุธ อธิบาย “แต่จะพยายามพยุงให้คงสภาพเดิมมากที่สุด”

ศาลาการเปรียญวัดบางประทุนในหลังนี้ เคยมีผู้สงสัยว่าแต่เดิมน่าจะเป็นตำหนักเจ้านาย โดยดูจากองค์ประกอบต่างๆ มีลักษณะเรือนในตำหนักหมู่ มีช่อฟ้าใบระกา หางหงส์ แล้วแกะสลักบนฝาปะกนอย่างวิจิตรพิสดาร

แต่ประวัติวัดบอกว่าหลวงปู่บุญ (พระอธิการบุญ) อดีตเจ้าอาวาสตั้งใจให้เป็นศาลาการเปรียญตั้งแต่แรกสร้าง ช่วงปลายแผ่นดินรัชกาลที่ 3-ต้นแผ่นดินรัชกาลที่ 4

ถ้าจริงตามประวัติวัดว่าหลวงปู่บุญคิดสร้าง ก็ต้องมีเจ้านายทรงอุปฐากอุปถัมภ์สำคัญ ถึงได้ฝีมือช่างหลวงมาแกะสลักทั้งหลังอย่างที่เหลือให้เห็นทุกวันนี้

ศาลาการเปรียญไม้จำหลัก วัดบางประทุนใน แต่เดิมสร้างไว้ริมคลองบางประทุน มีใต้ถุนสูงมองเห็นน้ำในคลอง ต่อมาเทคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นลานจอดรถสูงขึ้นปิดใต้ถุนมิดหมด แล้วสร้างอาคารอื่นเบียดบังโดยรอบจนมองไม่เห็นเป็นศาลาการเปรียญ มีค่าสูง ทางวัดบอกบุญขอให้อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ช่วยแก้ไขด้วย

มีผู้ทำวิจัยเรื่องงานจำหลักไม้ฯไว้นานแล้ว (นางสาววิภารัตน์ ประดิษฐอาชีพ วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต เสนอต่อบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร พ.ศ. 2550) สรุปว่า ภาพสลักฝาปะกนศาลา มี 2 ประเภท คือ 1. สลัก “ล่องตีนช้าง” บริเวณด้านล่างสองมุมของฝาปะกนแต่ละช่อง และ 2. สลักส่วนอื่นๆ ของฝาปะกนเป็นลวดลายประดับต่างๆ

ภาพสลักล่องตีนช้าง มี 44 ช่อง (หายไปแล้ว 7 ช่อง) เล่าเรื่องสุธนูชาดก (ปากชาวบ้านเรียกเพี้ยน สุธนู เป็น วิสัชชนู) อยู่ในปัญญาสชาดก

มีเรื่องโดยย่อว่าสุธนูได้ชายานามว่าจิรัปภา เมื่อเดินทางกลับบ้านเมืองถูกพายุร้ายเรือแตก เลยต้องพลัดพรากกัน ต่อมาจิรัปภาสร้างศาลาโรงทานเขียนภาพเล่าเรื่องพลัดพรากกับสุธนู ในที่สุดก็ได้พบกัน

น่าเชื่อว่าแนวคิดสร้างศาลาการเปรียญวัดบางประทุนใน แล้วจำหลักเล่าเรื่อง สุธนู มาจากเนื้อหาตอนจิรัปภาเขียนภาพเล่าเรื่องในศาลาโรงทาน เพื่อตามหาสุธนูจนได้พบกัน 

 

fluoxetine 20 mg side effects brand viagra buy online