มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่ 13 มิถุนายน 2554

สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องเสภาฯ ที่โรงแรมเวียงใต้ บางลำพู กรุงเทพฯ วันอังคาร 14 – วันพุธ 15 มิถุนายน 2554

มี นายวัฒนะ บุญจับ เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงแข็งขัน เพราะนับเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ของกรมศิลปากร เป็นที่รู้จักและยอมรับนับถือในวงวิชาการทั่วประเทศ โดยเฉพาะด้านวรรณคดีที่ต้อง“อ่านด้วยหู” เช่น เสภา

ขับเสภา มาจากขับลำในวัฒนธรรมลาว แต่ขอยืมชื่อว่า“เสภา”มาจากแขก

ขับและลำ มีความหมายเดียวกัน คือการเปล่งเสียงถ้อยคำเป็นทำนองอย่างเสรี มีความยาวไม่แน่นอน โดยเน้นถ้อยคำเป็นหลักนำทำนอง มักเล่นเล่าเรื่อง และเล่นโต้ตอบระหว่างหญิง-ชาย

ขับ เป็นประเพณีของกลุ่มชนที่อยู่ทางเหนือของเวียงจันขึ้นไป รวมถึงล้านช้าง-ล้านนา เช่น ช่างขับ

ลำ เป็นประเพณีของกลุ่มชนที่อยู่ทางใต้ของเวียงจันลงไป รวมถึงจัมปาสัก แล้วแพร่กระจายเข้ามาในอีสานด้วย เช่น หมอลำ

ดังนั้น ขับเสภา มีความหมายเดียวกับขับลำ คือเปล่งเสียงถ้อยคำเป็นทำนองอย่างเสรีไม่มีขีดจำกัด ตั้งแต่ก่อนยุคอยุธยา

คนขับเสภาสมัยแรกๆ ที่สืบเนื่องประเพณีจากช่างขับและหมอลำ ล้วนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้

บรรดาถ้อยคำทำนองที่ขับเสภา ได้จากความทรงจำที่มีปฏิภาณกลอนด้น โดยไม่มีจดเป็นลายลักษณ์อักษรตายตัว ถ้าจะมีจดไว้บ้างก็แค่เค้าโครงสำคัญเอาไว้กันลืม แต่เมื่อด้นจริงๆ จะแตกแขนงออกไปสดๆ

ถ้อยคำขับลำแบบเสรีจะมีจำนวนคำเท่าไรก็ได้ไม่จำกัด

ทำนองก็ต้องเสรีตามไปกับถ้อยคำ ไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ตายตัว แต่มีร่องรอยทำนองเสรีเก่าแก่อยู่ในคำขับลำของหมอผี, หมอขวัญ, และนักเทศน์มหาชาติ ซึ่งมีพัฒนาการต่อเนื่องถึงขับเสภา โดยเน้นลูกคอและโหยหวนเป็นลักษณะเฉพาะ

อย่างนี้คือวรรณคดีที่ต้อง “อ่านด้วยหู” เพราะด้นสดๆออกมาเป็นทำนองขับลำให้ลงจังหวะ ยังไม่มีลายลักษณ์อักษร ถึงสมัยหลังมีจดไว้ก็อ่านด้วยตาไม่เข้าใจ ต้องฟังทำนองด้วยวิธี “อ่านด้วยหู”เท่านั้น

กฎเกณฑ์ขีดจำกัดต่างๆ เริ่มมีขึ้นเมื่อขับเสภาได้รับการยอมรับให้เข้าไปอยู่ในราชสำนักตั้งแต่แผ่นดินรัชกาลที่ 2 แล้วเข้มงวดมากขึ้นในแผ่นดินรัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา

กฎเกณฑ์เบื้องต้นคือกำหนดบทเสภาเป็นกลอนแปดตามความชำนาญและความนิยมของกวีในราชสำนักยุคนั้น แต่มีลีลาเสรีมากกว่ากลอนอย่างอื่น เลยเรียกภายหลังว่ากลอนเสภา มีตัวอย่างบทเสภาขุนช้างขุนแผนสำนวนครูแจ้ง วัดระฆัง ตอนผ่าท้องนางบัวคลี่ และตอนอื่นๆ ที่จำนวนคำในแต่ละวรรคไม่แน่นอน อาจมากกว่าแปดคำก็ได้

ต่อจากนั้นกำหนดทำนองขับเสภาให้มีลีลาร้องละครกับร้องเอื้อนเพลงเถาแบบราชสำนักมากขึ้น ทำให้ลีลาเสรีลดลง เน้นความสุภาพ แล้วลดหยาบคายโลดโผนตลกคะนองจนขาดรสชาติ

แม่เพลงพ่อเพลง นักเลงเสภาชาวบ้าน ย่อมอับจนหนทางจะทำได้อย่างราชสำนัก เพราะอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ แต่งกลอนแปดไม่เป็น ร้องละครไม่ถนัด เอื้อนมากลากยาวไม่เอา ไม่ชอบ

เมื่อสิ้นลีลาและวิญญาณเสรี ก็สิ้นเสภาตั้งแต่บัดนั้น จนบัดนี้ 

ถ้าอยากให้เสภามีลมหายใจต่อไป ก็อย่าเอากฎเกณฑ์ตายตัวแข็งทื่อของราชการไปครอบงำเสภา

 

 

fluoxetine drug interactions viagra sublingual 100mg