มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ ที่ 3 มิถุนายน 2554

ไปรษณียบัตรเรื่องหมัดๆ มวยๆจากคุณสุบรรณ เชษฐา (336 ม. 9 ต. โพธิ์ชัย อ. เมือง จ. หนองคาย) บอกว่า

“อยากให้ขยายความต่ออีก เรื่องคำว่า ‘มวย’ เช่น มวยสากล, มวยไทย, มวยปล้ำ, มวยวัด, มวยผม และมวยข้าวนึ่งของชาวอีสาน

อุปกรณ์นึ่งข้าวของคนอีสานมี 2 ประเภท คือ 1. มวย 2. หวด วัตถุประสงค์เหมือนกัน แต่รูปร่างลักษณะต่างกัน”

เรื่องนี้สืบเนื่องจากที่ผมเคยเขียนไว้ (เมื่อวันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2554) มีความโดยสรุปว่า มวย เป็นสัญชาตญาณการต่อสู้ของคนทุกชาติพันธุ์ทั้งในโลกและในอุษาคเนย์มาแต่ดึกดำบรรพ์ ต่างมีการต่อสู้ด้วยอวัยวะเหมือนกันหมด ต่อภายหลังเมื่อมีรัฐชาติเกิดขึ้น ถึงเรียก มวยไทย, มวยเขมร, มวยลาว, มวยพม่า, ฯลฯ

น่าสงสัยว่ามวย มาจากคำเขมร แปลว่า หนึ่ง, เดี่ยว, ฯลฯ โดยปรับให้มีความหมายว่าตัวต่อตัว แต่ใช้ว่า ปล้ำมวย หมายถึง คนปล้ำกันตัวต่อตัว หลังจากนั้นถึงมีชกมวยตัวต่อตัวด้วยศอกและหมัด

พจนานุกรมฉบับมติชน (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2547) อธิบายความหมายคำว่ามวย พร้อมลูกคำไว้ดังนี้

มวย 1 น. การต่อสู้กันด้วยอวัยวะมีหมัดเป็นต้น ว. โดยเปรียบเทียบใช้เรียกคนที่มีความสามารถเอาตัวรอดได้โดยชั้นเชิงว่า เป็นมวย. 2 น. ผมที่มุ่นขมวดให้เป็นกลุ่มไว้ตรงท้ายทอย

มวยตู้ (ปาก) น. การแข่งขันชกมวยที่ถ่ายทอดทางโทรทัศน์. มวยทะเล น. การแข่งขันชกมวยโดยทั้งสองฝ่ายนั่งคร่อมบนราวเดี่ยว ใครตกจากราวก่อนเป็นฝ่ายแพ้. มวยไทย น. กีฬาชกมวย ใช้ เท้า เข่า และศอกได้. มวยปล้ำ น. การต่อสู้ด้วยมือเปล่า โดยคู่ต่อสู้ต้องพยายามทำให้อีกฝ่ายล้มลงจนไหล่ด้านหลังทั้ง 2 ข้าง แตะพื้นตามเวลากำหนด. มวยล้ม น. การแข่งขันชกมวยที่ฝ่ายหนึ่งแกล้งยอมแพ้, โดยปริยายหมายถึง เริ่มต้นทำท่าเหมือนเอาจริงเอาจัง แต่แล้วก็เลิกล้มไป. มวยวัด น. การชกต่อยอย่างไม่มีกติกา, โดยปริยายหมายถึง ทำแบบไม่มีหลักเกณฑ์. มวยสากล น. การแข่งขันชกมวยบนเวทีที่มีกติกา ให้คู่ชกใช้หมัดได้อย่างเดียวและห้ามชกใต้เข็มขัด. มวยหมู่ น. การยกพวกตะลุมบอนกันด้วยมือเปล่า.

ส่วนอุปกรณ์นึ่งข้าวที่เรียกมวย กับ หวด ผมต้องพึ่งพาสารานุกรมภาษาอีสาน-ไทย-อังกฤษ โดย ปรีชา พิณทอง (พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2532) มีอธิบายว่า

หวด ภาชนะที่สานด้วยไม้ไผ่สำหรับนึ่งข้าวเหนียว นึ่งกบนึ่งเขียด นึ่งผักนึ่งหญ้า เรียก หวด.

มวย ชื่อหวดชนิดหนึ่ง สานด้วยตอกไม้ไผ่ รูปทรงกระบอก ใช้สำหรับนึ่งข้าวเหนียว เรียก มวย.

เมื่อเป็นเด็กวัดอยู่กรุงเทพฯ ผมซื้อหวดมานึ่งข้าวเจ้าก้นบาตรพระที่เก็บไว้จากพระบิณฑบาตตอนเช้า

ครั้นตกบ่ายข้าวเริ่มมีกลิ่นบูด บางทีก็บูด เลยต้องเอาใส่หวด ตั้งบนเตาถ่านแล้วอุ่นไว้กินเองตอนเย็น รวมทั้งเอาไว้เผื่อเพื่อนนักเรียนที่แวะเวียนไปที่วัดเพื่อพบปะพูดคุยเรื่องวรรณกรรมและเรื่องอื่นๆด้วย

แต่ไม่เคยใช้มวยนึ่งข้าว ทั้งไม่เคยได้ยินอุปกรณ์ชนิดนี้มาก่อน