มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธ ที่ 25 พฤษภาคม 2554

ชาว อ. ลับแล จ. อุตรดิตถ์ เชื่อว่าบรรพชนของตนเคลื่อนย้ายลงมาจากบ้านเมืองเขต อ. เชียงแสน จ. เชียงราย

มีประเพณีแห่น้ำขึ้นโฮง(โรง) เพื่อสักการะดวงวิญญาณบรรพชนที่ล่วงลับไปแล้ว โดยแต่เดิมแห่ไปที่ศาลปู่เจ้าปู่เชื้อประจำชุมชน แต่ปัจจุบันสร้างเป็นอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร

แห่น้ำขึ้นโรง  นายวิฑูรย์ ศิริบูลภักดี ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานประเพณีแห่น้ำขึ้นโรง บริเวณหน้าอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ต. ฝายหลวง อ. ลับแล           จ. อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อบวงสรวงสักการะดวงวิญญาณของเจ้าฟ้าฮ่าม กุมารปฐมกษัตริย์ของเมืองลับแล ที่เป็นผู้นำพาบรรพบุรุษของชาว อ. ลับแล อพยพมาจาก อ. เชียงแสน จ. เชียงราย มาตั้งรกรากที่ อ. ลับแล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 1530 (ภาพและคำบรรยายจาก มติชน ฉบับวันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 หน้า 8)

แห่น้ำขึ้นโรง นายวิฑูรย์ ศิริบูลภักดี ปลัดจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานเปิดงานประเพณีแห่น้ำขึ้นโรง บริเวณหน้าอนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร ต. ฝายหลวง อ. ลับแล จ. อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อบวงสรวงสักการะดวงวิญญาณของเจ้าฟ้าฮ่าม กุมารปฐมกษัตริย์ของเมืองลับแล ที่เป็นผู้นำพาบรรพบุรุษของชาว อ. ลับแล อพยพมาจาก อ. เชียงแสน จ. เชียงราย มาตั้งรกรากที่ อ. ลับแล ตั้งแต่ปี พ.ศ. 1530 (ภาพและคำบรรยายจาก มติชน ฉบับวันอังคารที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 หน้า 8)

ประวัติเจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร มีบอกเล่าเผยแพร่อยู่ในวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี www.th.wikipedia.org มีความโดยสรุปว่า

เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร เป็นกษัตริย์ในตำนานนครลับแล ถือเป็นวีรบุรุษของท้องถิ่นอำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์

ตามตำนานกล่าวว่าพระองค์ทรงเป็นพระราชบุตรในพระเจ้าเรืองไทธิราช กษัตริย์วงศ์สิงหนวัติแห่งอาณาจักรโยนกนาคนครเชียงแสน พระองค์ได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระราชบิดาให้มาปกครองนครลับแล ซึ่งถือว่าเป็นเมืองชายแดนของอาณาจักรโยนกนาคนครเชียงแสนเมื่อปี พ.ศ. 1513 เพื่อป้องกันภัยจากการรุกรานของ            กำโพชนคร(ขอม) และพม่า จึงอาจกล่าวได้ว่า พระองค์เป็นปฐมกษัตริย์แห่งนครลับแล

คำบอกเล่าเกี่ยวกับเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารที่ชาว อ. ลับแล เชื่อถือดังยกสรุปย่อมานี้ ฟังเป็นเรื่องเหลวไหล ไม่น่าเชื่อ

แต่สาระสำคัญของคำบอกเล่ามีร่องรอยทางประวัติศาสตร์โบราณคดีน่าฟังได้ อยู่ตรงประเด็นที่ว่าบรรพชนชาวลับแล อุตรดิตถ์ เคลื่อนย้ายลงมาจากดินแดนโยนก ทาง อ. เชียงแสน จ. เชียงราย

เพราะมีบันทึกลายลักษณ์อักษรอยู่ในตำนานสิงหนวัติ เป็นตัวเขียนบนใบลานเก็บไว้ในหอสมุดแห่งชาติ แล้วถอดความเป็นภาษาปัจจุบันพิมพ์รวมอยู่ในพงศาวดารภาคที่ 61

อาจารย์พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ เป็นผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์โบราณคดี กรมศิลปากร และเป็นชาวอุตรดิตถ์โดยกำเนิด อธิบายไว้ในงานวิชาการหลายแห่งว่าตำนานสิงหนวัติเล่าเรื่องการเคลื่อนย้ายของเชื้อวงศ์เชียงรายจากเมืองเชียงราย เมื่อถึงดอยด้วนที่ อ. พาน จ. เชียงราย (ต่อเขต จ. พะเยา) จะมุ่งไปทางต้นน้ำยม ที่              อ. ปง จ. พะเยา แล้วลงไปทาง จ. แพร่ ผ่านเขาพลึง ลงแม่น้ำโพและแม่น้ำน่าน ที่อุตรดิตถ์ บริเวณ อ. ลับแล ปัจจุบัน

น่าเชื่อว่าหลักแหล่งเก่าแก่สุดบริเวณอุตรดิตถ์น่าจะอยู่ตรงเมืองทุ่งยั้ง (หรือเวียงเจ้าเงาะ) ที่ต่อมาน่าจะเป็นเมืองราดของพ่อขุนผาเมือง

ชาวอุตรดิตถ์ ควรร่วมกันศึกษาค้นคว้าแล้วเขียนประวัติศาสตร์ของตัวเองด้วยตนเอง ตามหลักฐานที่อาจารย์พิเศษนำทางไว้ให้แล้ว

fluoxetine ocd buy extra super cialis online