Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ ที่ 6 พฤษภาคม 2554

ประชาคมอาเซียน จะราบรื่นได้ก็ด้วยการแก้ไข แล้วทำความเข้าใจใหม่ในประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ร่วมกัน โดยมีสุวรรณภูมิและสุวรรณทวีปเป็นดินแดนเชื่อมโยง

เว็บไซต์ sujitwongthes.com จึงเปิดพื้นที่สุวรรณภูมิ เพื่อรวบรวมข้อมูลความรู้เกี่ยวกับเมืองอู่ทองและสุวรรณภูมิ มาขึ้นไว้ให้ใช้งาน

ข้อมูลเก่าสุดที่ขึ้นไว้ คือหนังสือโบราณวิทยาเรื่องเมืองอู่ทอง (กรมศิลปากรรวบรวมจัดพิมพ์เนื่องในงานเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ         อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2509)

ข้อมูลใหม่สุดทุกสัปดาห์ได้จากข้อเขียนของเจนจิรา “แจน” เบญจพงศ์ คอลัมน์สุวรรณภูมิสโมสร พิมพ์ในสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์

แจน เจนจิรา จบปริญญาโทด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ จากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นผู้รวบรวมเรียบเรียง“อัพเดต”ข้อมูลเกี่ยวกับสุวรรณภูมิทุกสัปดาห์ได้ดีที่สุดมาเป็นปีๆแล้ว ผมขออนุญาตเอามารวมไว้ที่เดียวกันในเว็บไซต์ เพื่อให้ท่านที่สนใจเรื่องเหล่านี้ได้ศึกษาและแสดงความเห็นอย่างเสรี

เว็บไซต์ sujitwongthes.com ผมไม่เคยเปิดดู เพราะโง่และงี่เง่าที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ไม่เป็นเลยสักอย่างเดียว

อติภพ ภัทรเดชไพศาล กวีและนักเขียนเรื่องสั้นฝีมือดี มีพลังมากขณะนี้ (มีคอลัมน์ประจำทุกวันศุกร์ในสยามรัฐรายวัน) เป็นผู้มีจิตเมตตากรุณาดูแลเว็บไซต์นี้ตั้งแต่เริ่มต้นหลายปีแล้ว ขณะนี้ยังดูแลควบคุมใกล้ชิด

ประวัติศาสตร์ไทยสังเขป (Outline of Thai history) ที่คุณขรรค์ชัย บุนปาน เชิญอาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เป็นประธานทำงาน ก็เริ่มทยอยเอาขึ้นเว็บไซต์ และจะทยอยไปเรื่อยๆ

ขอแนะนำให้เปิดดูภาพและคำอธิบายหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีที่อาจารย์ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ (คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร) และคณะทำงานรวบรวมมาไว้ที่เดียวกัน มีหลายร้อยภาพ

เปิดดูแล้วชอบใจจะเอาไปใช้งานก็ไม่หวงห้าม เพราะทำไว้แบ่งปัน ไม่สงวนลิขสิทธิ์อยู่แล้ว

ถ้าไม่ชอบใจ หรือเห็นข้อบกพร่อง จะเขียนมาแนะนำสั่งสอนก็ได้ จะเป็นพระคุณอย่างสูงยิ่ง

Photo Essay ยังมีภาพศิลปในประเทศไทย ของ ศาสตราจารย์ ม.จ. สุภัทรดิศ ดิศกุล เอาขึ้นไว้ให้ศึกษาด้วย

ความรู้เกี่ยวกับสุวรรณภูมิ-ผืนแผ่นดินใหญ่อุษาคเนย์ ถ้าทำความเข้าใจร่วมกันอย่างถี่ถ้วนรอบคอบแล้ว ประชาคมอาเซียนก็ราบรื่น ถ้าไม่ทำก็ไม่ราบรื่น ดังกรณีเขมรกับไทยขัดแย้งรุนแรงเรื่องชายแดนและปราสาทหินอยู่ทุกวันนี้

นักวิชาการไทยต้องรู้หลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีเท่าทันตะวันตก แต่ต้องหลุดพ้นการครอบงำของอาณานิคม แล้วแสวงหาหลักฐานและคำอธิบายใหม่ให้รอบด้านด้วยตนเอง

ถ้ายังงมงายตำราเจ้าอาณานิคมฝรั่งเศส ก็ไม่มีวันรู้จักความจริงหรือใกล้ความจริงของสุวรรณภูมิ

ฆ้องเป็นวัฒนธรรมร่วมของอุษาคเนย์ มีพัฒนาการราว 3,000 ปีมาแล้ว ยกเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะของอุษาคเนย์หรือประชาคมอาเซียน ทุกวันนี้ได้ เพราะไม่มีในอินเดียและจีน

(ภาพนี้จากมติชน ฉบับวันจันทร์ที่ 2 พฤษภาคม 2554 หน้า 10 มีคำอธิบายภาพว่า หน้าศาลท้าวแสนปม บริเวณริมแม่น้ำปิง ข้างวัดวังพระธาตุ จ. กำแพงเพชร มีฆ้องหลายขนาดจำนวนนับร้อย แขวนอยู่บนราวไม้ ฆ้องเหล่านี้ชาวบ้านนำมาถวายแก้บนเจ้าพ่อท้าวแสนปม ด้วยความเชื่อว่าเสียงฆ้องจะช่วยให้สิ่งที่อธิษฐานไว้สัมฤทธิผลตามปรารถนา คล้ายกับเสียงกลองของพระอินทร์ในตำนานท้าวแสนปม)