Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธ ที่ 4 พฤษภาคม 2554

ผู้บริหารระดับสูงคนหนึ่งในกระทรวงวัฒนธรรมบอกถึงกรณีโรงละครวังหน้าว่า “จากอดีตถึงปัจจุบัน ศิลปวัฒนธรรมของไทยไม่เคยมีคำว่า เงินทอน หรือได้กำไรเกิดขึ้นเลย” (บ.ก. ฟอรั่ม มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 27 มีนาคม 2554 หน้า 4)

เงินทอน คืออะไร? มาจากไหน? มีคำอธิบายอยู่ในบทความเรื่อง ของจริง โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์ (มติชน ฉบับวันพุธที่ 27 เมษายน 2554 หน้า 6) ดังต่อไปนี้

วิวัฒนาการในการคอร์รัปชั่นของเมืองไทยที่ผู้รับเหมาไทยประสบมา เริ่มจากขั้นตอนดังนี้

1. เงินทอน คือมีโครงการเช่นสร้างตึก สร้างถนน จัดงานอีเว้นท์ มีงบประมาณ 100 ล้านบาท ถ้าผู้รับเหมาต้องการจะทำก็ต้องเสนอเงินทอนให้กับผู้มีอำนาจจำนวนหนึ่ง ในอดีตเมื่อ 40 ปีก่อนก็ตกราว 10% จึงมักเรียกกันเป็นโค้ดว่า“มาดามเท็นเปอร์เซ็นต์” ต่อมา ก็เพิ่มเป็น 20-30% ปัจจุบันอยู่ที่ 40%

2. ผู้มีอำนาจกำหนดเอง เช่นมีงานชิ้นหนึ่งมีงบประมาณ 100 ล้านบาท ผู้มีอำนาจเอาไว้เองเลย 70 ล้านบาท เหลือ 30 ล้านบาท ผู้รับเหมาเอาไป แต่ต้องทำงานประมาณ 100 ล้านบาทให้ดูสมน้ำสมเนื้อด้วย ซึ่งก็คือการไปบีบรายย่อยกันเองต่อไป ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่เรียกว่า SME ของเมืองไทยไม่ค่อยเกิดหรอกครับ โดนบีบตายหมดจากระบบนี้แหละ

เงินทอนไม่เข้าใครออกใคร ไม่ละเว้นไม่ว่ากิจการอะไร แม้ศาสนาก็ไม่เว้น

ดังนั้น จากอดีตในวงการศิลปวัฒนธรรมอาจไม่มีเงินทอน(แต่มีเงินเรียกชื่ออย่างอื่น) แต่ปัจจุบันมีเงินทอน แล้วมีเป็นก้อนๆ โตๆ สม่ำเสมอ เช่น จากโรงพิมพ์รับจ้างพิมพ์หนังสือ, จากผู้รับเหมาซ่อมโรงละครแห่งชาติ หรือซ่อมโบราณสถาน หรือจัดแสดงพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, ศิลปินบางคนบอกว่าแต่ก่อนรวมถึงเครื่องโขนละครและเครื่องดนตรีด้วย ฯลฯ

ผู้รับเหมาก่อสร้างในท้องถิ่นรู้เรื่องเงินทอนทางศิลปวัฒนธรรมดีมากๆ ถามแถวๆศาลายา(นครปฐม)ดูก็ได้

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลสนับสนุนอีกทางหนึ่งให้ชุมชนท้องถิ่นดูแลโบราณสถานด้วยตนเอง เพราะทุกวันนี้นักโบราณคดีก็ไม่ได้เอาใจใส่วิชาความรู้ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีอย่างแท้จริง เลยจ้างผู้รับเหมาท้องถิ่นบูรณะโบราณสถานมานานมากแล้ว

เงินทอนไม่เคยเป็นของกลาง หรือของส่วนรวม ถ้าเรียกเงินทอนย่อมเป็นสมบัติส่วนตัวของผู้มีอำนาจอนุมัติ หรือเจ้าของโครงการนั้นๆ เช่น โครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เงินทอนจึงไม่ลงไปถึงข้าราชการผู้น้อย หรือนักศึกษาขาดแคลนทุนทรัพย์ที่กำลังเรียนทางศิลปวัฒนธรรม

ถ้าจะมีเศษเสี้ยวเงินทอนโปรยทานไปถึงบ้างก็เพื่อปิดปากผู้น้อยให้บอกต่อๆกันไปว่า ศิลปวัฒนธรรมไม่มีเงินทอน