Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธ ที่ 18 พฤษภาคม 2554

โดยทั่วไปมักอ้างอิงสถาบันสูงส่ง จะได้แสวงหาประโยชน์สะดวก รัฐบาลจึงสถาปนา 6 กุมภาพันธ์ เป็น “วันมวยไทย” (มติชน ฉบับวันพุธที่ 4 พฤษภาคม 2554 หน้า 15) มีใจความสรุปว่า

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้สถาปนาวันที่ 6 กุมภาพันธ์           ทุกปี เป็นวันมวยไทย ซึ่งตรงกับวันเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือสมเด็จพระเจ้าเสือ ซึ่งพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถทางด้านมวยไทย ทรงคิดท่า           แม่ไม้ ไม้กลมวยไทยขึ้นมาเป็นฉบับพระองค์ เรียกว่า “มวยไทยตำรับพระเจ้าเสือ” จนได้รับการถ่ายทอดเป็นตำรามวยไทยและเป็นเอกลักษณ์ของชาติ

การสถาปนาวันมวยไทยยึดตามวันเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระเจ้าเสือ ซึ่งตรงกับวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2245

อาจารย์รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล แห่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เขียนข้องใจเรื่องพระเจ้าเสือทรงพระปรีชาสามารถด้านมวยไทยไว้ในสยามรัฐสัปดาหวิจารณ์ (ฉบับวันศุกร์ที่ 29 เมษายน-วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม 2554 หน้า 48) ว่า

 “จากหลักฐานในพระราชพงศาวดาร ยังไม่ปรากฏวันเสวยราชย์ของพระเจ้าเสือ —ผมจึงงงว่าทางกระทรวงวัฒนธรรมท่านอ้างจากเอกสารชิ้นใด ที่พูดว่าพระเจ้าเสือขึ้นเสวยราชย์ในวันนี้”

อาจารย์รุ่งโรจน์บอกอีกว่า พระราชพงศาวดารที่ชำระสมัยอยุธยา-ต้นรัชกาลที่ 1 รวมถึงคำให้การชาวกรุงเก่า ไม่เคยกล่าวถึงพระเจ้าเสือออกไปต่อยมวย มีฉบับเดียวที่ระบุพระเจ้าเสือต่อยมวย เรียก ฉบับบริติชมิวเซียม ชำระเติมเข้าไปในปลายรัชกาลที่ 1 นี้เอง

นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ ต่างรู้กันทั่วไปว่าที่พระราชพงศาวดารจดว่า          พระเจ้าเสือยิงนก ตกปลา ต่อยมวย จนถึงเสพสังวาสด้วยเด็กสาวอายุ 11-12 ขวบถึงตายก็มี ฯลฯ ล้วนเป็นพระจริยาวัตรในทางเสื่อมเสีย ก็เพื่อให้ร้ายราชวงศ์กษัตริย์องค์นี้ เลยสงสัยว่านี่จะหลอกอะไรกันอีกหรือ?

อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เตือนไว้ในมติชน (ฉบับวันจันทร์ที่ 9 พฤษภาคม 2554 หน้า 6) มีความว่า “ถ้าเราต้องหลอกอดีต หลอกปัจจุบัน ยังจะเหลืออนาคตอะไรอีกเล่า”

มวย หมายถึงการต่อสู้ด้วยอวัยวะของใครของมัน เช่น หมัด, ศอก, เข่า, เตะ, ต่อย เป็นต้น เป็นสัญชาตญาณในโลกมนุษย์มาแต่ดึกดำบรรพ์ ไม่ได้มีกำเนิดอยู่ในชาติพันธุ์เผ่าใดเผ่าหนึ่งตามที่มักเชื่อกันลอยๆอย่างหลงตัวเอง

มวยจึงเป็นสัญชาตญาณการต่อสู้ของคนทุกชาติพันธุ์ในอุษาคเนย์มาแต่ดึกดำบรรพ์ มีการต่อสู้ด้วยอวัยวะเหมือนกันหมด

คำบอกเล่าเรื่องนายขนมต้มต่อยมวยชนะพวกอังวะหรือหงสาวดี แสดงให้เห็นแล้วว่ามอญกับพม่าก็มีมวยเหมือนของสยาม ซึ่งเป็นการต่อสู้อย่างเดียวกัน มีมาแต่ดึกดำบรรพ์เหมือนกัน ไม่มีใครเป็นเจ้าของพวกเดียว

ต่อภายหลังเมื่อมีรัฐชาติเกิดขึ้น ถึงเรียก มวยไทย, มวยเขมร, มวยลาว, มวยพม่า, ฯลฯ แล้วแย่งกันอวดเป็นเจ้าของเพื่อครอบครองแต่ผู้เดียว แล้วอาจรบกันอีกด้วยเรื่องมวยๆ

ยังไม่มีคำอธิบายถึงคำว่ามวยมาจากไหน? น่าสงสัยว่ามาจากคำเขมร มวย แปลว่า หนึ่ง, เดี่ยว, ฯลฯ โดยปรับให้มีความหมายว่าตัวต่อตัว

มวย มีลายลักษณ์อักษรเก่าสุดอยู่ในกฎมณเฑียรบาลยุคต้นอยุธยา ราว พ.ศ. 1900 ว่าด้วยการละเล่นในพิธีกรรม

แต่ใช้ว่า ปล้ำมวย หมายถึง คนปล้ำกันตัวต่อตัว

หลังจากนั้นราวหลัง พ.ศ. 2000 มีชกมวยตัวต่อตัวด้วยศอกและหมัด เอกสารลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศส บอกว่านักมวยพันมือด้วยด้ายดิบ แต่พวกลาวกำวงแหวนทองแดงเป็นสนับมือด้วย