Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ ที่ 13 พฤษภาคม 2554

คราวที่รัฐบาลนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร แถลงว่าจะปฏิรูปราชการให้มีกระทรวงวัฒนธรรมขึ้นใหม่ มีผู้คัดค้านจำนวนหนึ่ง

ผมเป็นคนหนึ่งที่คัดค้านว่าไม่ควรมีกระทรวงวัฒนธรรม เพราะ culture เป็นเรื่องของประชาชนพลเมืองจะจัดการเองว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่ควร ซึ่งจะยิ่งสนับสนุน Creative Economy และ Creative Thailand

ไม่ใช่เรื่องของราชการจะมาบงการตัดสินใจแทนประชาชนพลเมืองเรื่องวัฒนธรรม เหมือนเผด็จการฟาสซิสม์ล้าหลังคลั่งชาติ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อสังคมสร้างสรรค์

แต่แล้วรัฐบาลนายกฯ ทักษิณก็ตั้งกระทรวงวัฒนธรรมขึ้น แล้วมีสืบมาถึง            ทุกวันนี้ ซึ่งควรหลีกเลี่ยงลักษณะบ้าอำนาจ โดยให้มุ่งแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้

แต่ผู้มีอำนาจย่อมไม่ฟังใคร จนเที่ยวพยายามใช้อำนาจบงการชี้ผิดชี้ถูกให้กรณี“นม-แม่ชี-เรยา” (มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 8 พฤษภาคม 2554 หน้า 9)

ความพยายามอย่างนั้น จะสร้างภาพได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้นบ้างหรือไม่? ไม่ทราบ

ปกหนังสือรูปผู้หญิงเปลือยอกเห็นนมสองเต้าเผ่าละเวนในลาว สะพายตะกร้าหลัง มีลูกปัดคล้องคอยาวถึงนมสองเต้า ใส่กำไลโลหะเป็นแผงให้มีเสียงกระทบกันเหมือนเครื่องราง ภาพถ่ายฝีมือชาวยุโรป เมื่อ พ.ศ. 2453 ปีสุดท้ายแผ่นดินรัชกาลที่ 5 (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม พ.ศ. 2547)

ปกหนังสือรูปผู้หญิงเปลือยอกเห็นนมสองเต้าเผ่าละเวนในลาว สะพายตะกร้าหลัง มีลูกปัดคล้องคอยาวถึงนมสองเต้า ใส่กำไลโลหะเป็นแผงให้มีเสียงกระทบกันเหมือนเครื่องราง ภาพถ่ายฝีมือชาวยุโรป เมื่อ พ.ศ. 2453 ปีสุดท้ายแผ่นดินรัชกาลที่ 5 (สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก ตุลาคม พ.ศ. 2547)

แต่ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมไทยไม่ควรมีกระทรวงวัฒนธรรมตามที่เคยคัดค้านไว้แต่แรก และนั่นเป็นข้อแนะนำ“ทางออก”ให้สังคมไว้แต่ต้นนานหลายปีแล้ว

กรณีนม-แม่ชี-เรยา ถ้าสังคมไม่พอใจ สังคมจะจัดการเอง เหมือนหลายต่อหลายเรื่องที่แล้วๆมา เช่น พระสงฆ์กับสีกาหลายต่อหลายคดี, ฯลฯ

ผู้มีอำนาจไม่เคยเข้าใจเรื่องเหล่านี้ เลยคิดคลาดเคลื่อนว่าผมไม่เคยเสนอทางออกให้สังคม ทั้งๆเสนอไว้นานแล้ว

ขอข้ามไปเรื่องอื่นบ้าง มีจดหมายส่งมา เมื่ออ่านแล้วจำเป็นต้องเขียนอธิบาย จดหมายมีความสรุปว่า

“ผมได้ติดตามอ่านบทความของอาจารย์สุจิตต์ที่เขียนลงคอลัมน์ ‘สยามประเทศไทย’ ของหนังสือพิมพ์มติชนรายวันและบทความต่างๆในเว็บไซต์ www.sujitwongthes.com อยู่เสมอ

ผมขอขอบพระคุณอาจารย์ที่กรุณาพิจารณาบทความเรื่อง ‘2 ข้อมูลกับที่มาพญาปาด’ ตีพิมพ์ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม และจะกรุณาตีพิมพ์บทความเรื่อง ‘เจดีย์ยุทธหัตถีหรือพระมหาธาตุเจดีย์ประจำเมืองตาก? : บทวิพากษ์ปัญหาจากการศึกษาประวัติศาสตร์แบบรัฐชาตินิยม’ ในฉบับเดือนมิถุนายน

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าอาจารย์จะกรุณาพิจารณาบทความอีกหลายๆเรื่องที่ผมส่งไป ทั้งนี้เพื่อนำเสนอข้อมูลใหม่ๆให้เป็นที่รู้จักในวงวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดีต่อไป

ธีระวัฒน์ แสนคำ | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ขออธิบายว่า ผมเคยเป็นบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม ตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์ พ.ศ. 2522

ครั้นครบ 25 ปี พ.ศ. 2547 ผมก็ขอลาออกจากบรรณาธิการ เพราะเห็นว่าเป็นนานเกินไปแล้ว และอยากออกไปเขียนหนังสือทำเรื่องแต่งแปลงพงศาวดารต่างๆ

นับแต่ พ.ศ. 2547 ลาออกจากตำแหน่งบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรมก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกิจการใดๆของหนังสือเล่มนี้เลย ดังนั้น จึงไม่เคยพิจารณาบทความของใครทั้งนั้น

อนึ่ง ผมไม่เคยเป็นอาจารย์สอนหนังสือในสถาบันใดๆในโลกนี้และไม่เคยคิดจะเป็นอาจารย์ แม้เคยบรรยายในมหาวิทยาลัยบ้างก็แค่พูดคุยบอกเล่าสัพเพเหระตามประสบการณ์ต่างๆที่ไม่ใช่การเรียนการสอนโดยตรงอย่างอาจารย์

ขอบคุณที่ให้เกียรติเรียกอาจารย์  แต่ขอความกรุณาอย่าหลงเชื่อว่าเป็นอาจารย์ไปจริงๆ เพราะจะเสียหายถึงตำแหน่งอาจารย์จริงๆในสถาบันการศึกษา