มติชน สุดสัปดาห์ วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2554

เสียมกุก” (ในจารึกภาษาเขมร ประกอบรูปสลักนูนต่ำบนระเบียงประวัติศาสตร์ที่ปราสาทนครวัด มีอายุราว พ.ศ. 1650) อ่านว่า “เสียมก๊ก” หมายถึง พวกเสียม(สยาม) หรือ ชาวสยาม

เสียมก๊ก เป็นชื่อที่จีนเรียกพวกสยามหรือขาวสยาม ซึ่งเป็นที่รับรู้กว้างขวางในยุคนั้นหรือก่อนหน้า ว่ามีความชำนาญการค้าทางบกบริเวณดินแดนภายใน แล้วใช้ภาษาตระกูลไทย-ลาว เป็นภาษากลางทางการค้า

ขบวนแห่ของชาวสยาม หรือ เสียมก๊ก เป็นพวกที่อยู่รัฐและบ้านเมืองบริเวณสองฝั่งโขงที่เป็นเครือญาติใกล้ชิดสนิทสนมของกษัตริย์กัมพูชายุคนั้น ฉะนั้นไม่ใช่“กองทัพเมืองขึ้นของขอม” ตามคำอธิบายของนักวิชาการเจ้าอาณานิคมตะวันตก,

ชาวสยาม ยุคนั้นมีศูนย์กลางอยู่สองฝั่งโขงบริเวณที่เป็นเวียงจันในสมัยหลัง สืบจนปัจจุบัน(เสียมก๊ก ไม่ใช่พวกสยามจากกรุงสุโขทัย ตามที่เคยเข้าใจว่าเป็นเมืองขึ้นของกัมพูชา)

ก๊ก

 

ก๊ก มีรากจากคำในภาษาจีน หมายถึง ประเทศ, แว่นแคว้น, กลุ่ม, ชาว, พวก, หมู่, เหล่า เช่น เป็นก๊กเป็นเหล่า ฯลฯ อักขรวิธีภาษาเขมรต้องสะกดว่า กุก

มีใช้ในเอกสารจีนโบราณว่า เสียมหลอก๊ก หมายถึง เมืองไทย, กรุงศรีอยุธยา, หลอฮกก๊ก หมายถึง เมืองละโว้(ลพบุรี)

เคยมีผู้พยายามอ่านคำเขมร กุก ว่า ก๊ก มาก่อนแล้ว เช่น

อุไรศรี วรศะริน อดีตอาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุในข้อเขียนอธิบายภาพสลัก(ในหนังสือภาษาจารึก ฉบับภาควิชาภาษาตะวันออก 20 ปี เมื่อ พ.ศ. 2536) ความว่า “กุก ไม่ทราบคำแปล (เข้าใจกันว่าหมายถึง สยามก๊ก)” แต่ไม่มีคำอธิบายว่าเหตุใดจึงหมายถึงอย่างนั้น

รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูล อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ อธิบายเมื่อเร็วๆนี้ว่า “ในภาษาเขมรปัจจุบัน ถ้าจะให้ออกเสียง ‘กก’ จะต้องเขียนว่า ‘กุก’ แต่ถ้าเขียน ‘กก’ จะต้องออกเสียงว่า ‘กอก’ ถ้าสมมติว่า ‘กุก’ ในจารึกออกเสียง ‘กก’ และในระบบภาษาเขมรไม่มีเสียงวรรณยุกต์ ก็มีสิทธิจะเป็น ก๊ก ก็ได้”

 

สยาม

 

เสียม คือ สยาม

ชื่อสยามมีพัฒนาการกว้างขวางยาวไกล และซับซ้อนมาก จิตร ภูมิศักดิ์ สอบค้นไว้อย่างลุ่มลึกรอบด้านที่สุดอยู่ในหนังสือความเป็นมาของคำสยามฯ สรุปว่าชื่อสยามมาจาก ซัม, ซำ หมายถึง ตาน้ำ, แหล่งน้ำ(พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2519) ว่าสยามเป็นทั้งชื่อดินแดนและเป็นทั้งชื่อกลุ่มชน ไม่จำกัดเผ่าพันธุ์

ชาวสยาม หมายถึง กลุ่มชนไม่จำกัดเผ่าพันธุ์ แต่สื่อสารด้วยภาษาตระกูลไทย-ลาว

มีหลักฐานว่าสยามŽในเอกสารจีนมิได้หมายถึงรัฐสุโขทัย ดังนั้น“เสียมกุกŽ” จึงไม่ใช่ขบวนแห่จากรัฐสุโขทัย

จิตร ภูมิศักดิ์ เคยเสนอว่า“เสียมกุกŽ” นี้หมายถึงชาวสยามแห่งลุ่มแม่น้ำกก แถบที่ราบลุ่มเมืองเชียงราย  เพราะอักขรวิธีเขมรที่เขียน“กุกฺ”Ž ต้องอ่านว่า “กก”Ž และบริเวณที่ราบลุ่มลำน้ำกก เมืองเชียงราย มีร่องรอยอารยธรรมอุดมสมบูรณ์

แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่าดินแดนที่ราบลุ่มน้ำกกมีพัฒนาการเป็นแว่นแคว้นหรือรัฐในสมัยหลังๆหรือไล่เลี่ยกับรัฐสุโขทัยเท่านั้น

เพราะฉะนั้น“เสียมกุก”Ž จึงไม่ใช่พวกเสียมลุ่มแม่น้ำกก

ส่วนอาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม เสนอว่า “เสียมกุกŽ” ที่ปราสาทนครวัด ควรเป็นพวกรัฐโคตรบูรที่อยู่บริเวณสองฟากแม่น้ำโขงตั้งแต่ย่านอีสานเหนือจนถึงเวียงจัน โดยอ้างว่าเอกสารจีนสมัยหลัง พ.ศ. 1700 (หรือพุทธศตวรรษที่ 18) กล่าวถึงพวกสยาม (เสียม-เสียน) ไว้หลายแห่ง แต่จำแนกเป็นพวกใหญ่ๆได้อย่างน้อย 2 พวก คือพวกที่เคลื่อนไหวทางทะเล เช่น สุพรรณบุรี, เพชรบุรี, นครศรีธรรมราช กับพวกที่เคลื่อนไหวทางบก เช่น บ้านเมืองสองฝั่งโขง มีเวียงจัน เป็นต้น

มีบันทึกของโจวต้ากวานในคณะทูตจีนที่เดินทางเข้าไปในเมืองพระนครหลวงเมื่อ พ.ศ. 1839 (ปีที่สร้างเมืองเชียงใหม่) ระบุว่ามีพวกสยาม(เสียน) เข้าไปทำมาหากินอยู่ในกัมพูชา(เมืองพระนครหลวง-นครธม) มีอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้าไหม และรับจ้างทำงานบางอย่าง รวมถึงค้าขาย แล้วเคยยกทัพโจมตีหมู่บ้านชายแดนเมืองพระนครหลวง

จากบันทึกของโจวต้ากวานที่คัดมาเป็นหลักฐานนั้น แสดงว่าสยามพวกนี้มิได้เคลื่อนไหวไปทางทะเล แต่เคลื่อนไหวไปทางบก

สยามทางบกนี่แหละเป็นพวกเสียมก๊ก หรือ “เสียมกุกŽ” ที่ปราสาทนครวัด

“เสียมก๊ก” หรือ “เสียมกุกŽ” ที่ปราสาทนครวัดเป็นพวกสยามจากรัฐโคตรบูร หรืออาจเรียกง่ายๆว่า“สยามบก”Ž ที่อยู่สองฟากแม่น้ำโขงตั้งแต่เขตอีสานเหนือจนถึงเวียงจัน

 

นี่ไง ไอ้พวกสยาม

 

เมืองเวียงจัน(หรือ ศรีโคตรบูร) เป็นศูนย์กลางของพวกสยาม มี “เครือข่าย”Ž ขึ้นไปถึงลำน้ำอูอยู่ตอนเหนือของลาว ถึงลำน้ำกกอยู่ทางเหนือของไทย แล้วมีเส้นทางคมนาคมต่อเนื่องเข้าไปเกี่ยวข้องกับกลุ่มชนลุ่มแม่น้ำแดง-แม่น้ำดำที่ภาคเหนือทางเวียดนาม รวมทั้งดินแดนทางใต้ของจีน(เขตยูนนาน) ที่มีอาณาจักรใหญ่ตั้งอยู่คือน่านเจ้าและคุนหมิง

เมืองพระนครที่ครอบครองทะเลสาบ(โตนเลสาป) ควบคุมเส้นทางคมนาคม-การค้า ทั้งภายนอกทางทะเลผ่านปากแม่น้ำโขง และภายในทางบกกับแม่น้ำลำคลอง ที่มีฝูง  “เครือญาติ”Ž เป็น “เครือข่าย”Ž สินค้าทั้งมวล ย่อมมีโอกาสค้ากำไรได้ความมั่งคั่งจากความเปลี่ยนแปลงทางการค้านั้น มาบำรุงราชอาณาจักรกัมพูชา เห็นได้จากการสร้าง ปราสาทนครวัดเป็นมหาเทวสถานอันยิ่งใหญ่

เสียมก๊ก—ชาวสยามเป็นพวกชำนาญการค้าภายในทางบก

พวกนี้ไม่จำเป็นต้องเป็นพวกตระกูลไทย-ลาว(หรือ“ไท-ไตŽ”) ทั้งหมดเสมอไป  แต่เป็นกลุ่มชนที่ประกอบด้วยผู้คนหลายเผ่าพันธุ์หรือ“ร้อยพ่อพันแม่Ž” ตั้งถิ่นฐานอยู่ร่วมกัน แล้วประสมประสานกันทางสังคมและวัฒนธรรมจนเป็นที่รับรู้ของกลุ่มอื่นหรือรัฐอื่นที่อยู่ร่วมสมัย

โดยเรียกเป็นคำเขมรว่า เนี่ยะ เสียมก๊กŽ แต่เขียนอักษรเขมรว่า “เนะ สยำ กุกฺŽ”

“นี่ไง ไอ้พวกสยามŽ”

 

เนะ สยำ กุกฺ-นี่ไง เสียมก๊ก ไอ้พวกสยาม

คัดลอกลายเส้น โดย คงศักดิ์ กุลกลางดอน คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร

fluoxetine fluoride cheap female cialis onlined.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);