มติชนรายวัน ฉบับประจำวันอังคารที่ 26 เมษายน 2554


“โครงสร้างอำนาจแบบรวมศูนย์ แทบจะแก้ปัญหาใหญ่ๆของประเทศไม่ได้”

ข้อเสนอการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจของคณะกรรมการปฏิรูป ยังบอกต่อไปอีกว่า

“การควบคุมบ้านเมืองโดยศูนย์อำนาจที่เมืองหลวงได้ทำให้ท้องถิ่นอ่อนแอ ประชาชนอ่อนแอ กระทั่งดูแลตัวเองไม่ได้ในหลายๆกรณี

โครงสร้างการปกครองแบบสั่งการจากเบื้องบนได้มีส่วนทำลาย                อัตลักษณ์ของท้องถิ่นในหลายที่หลายแห่ง ผู้คนในท้องถิ่นต้องเสียอำนาจในการจัดการชีวิตตัวเอง สูญเสียทั้งศักดิ์ศรีและความภาคภูมิใจในวิถีวัฒนธรรมของตน”

“ปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ” หมายถึง โอนอำนาจบริหารจัดการตนเองให้ท้องถิ่น โดยลดอำนาจรัฐและเพิ่มอำนาจประชาชน

แนวทางเพิ่มอำนาจประชาชน ได้แก่ จัดตั้งคณะกรรมการประชาสังคม เป็นกลไกเชื่อมโยงให้ประชาชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมการตัดสินใจและการบริหารจัดการ ให้เป็นเครื่องมือถ่วงดุลอำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีมาตรการและช่องทางให้ประชาชนตรวจสอบ ยับยั้ง แล้วถอดถอนนักการเมืองท้องถิ่นได้

คณะกรรมการประชาสังคม ประกอบด้วยคนในท้องถิ่นนั้น แล้วคณะฯเชิญผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญจากนอกท้องถิ่นเป็นกรรมการได้

ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารจัดการใน 4 มิติ คือ 1. ทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2. ทางเศรษฐกิจ 3. ทางสังคม 4. ทางการเมือง

มิติการจัดการทางสังคม รวมถึงทางวัฒนธรรมด้วย

“ท้องถิ่นต้องเข้ามามีบทบาท ร่วมกับชุมชนและภาคประชาสังคมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และจิตวิญญาณของชุมชน และประชาชนในท้องถิ่น—”

มีตัวอย่างการจัดการทางสังคมและวัฒนธรรม เรื่องประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมบริเวณเมืองโบราณแห่งหนึ่ง

อปท. อ้างว่าการประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อมบริเวณเมืองโบราณ จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรต้องเปลี่ยนแปลง และได้รับผลกระทบกระเทือนจน         เดือดร้อน

ชาวบ้านส่วนมาก (ก็คือภาคประชาสังคม) เห็นตรงข้ามกับ อปท. ว่าควรประกาศพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ดีกว่าไม่ประกาศ เพื่อป้องกันผู้คิดมิชอบเอาสมบัติสาธารณะไปเป็นของตน เพราะผู้มีอิทธิพลเคยลักลอบขุดดินลูกรังสถูปเจดีย์กับกำแพงเมืองโบราณไปขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว

เมื่อความคิดเห็นไม่สอดคล้องก็ต้องพูดจาหารือต่อรอง อาจร่วมกันเสนอ          “คนกลาง” โดยเชื้อเชิญนักปราชญ์ นักวิชาการ และผู้รู้ทางประวัติศาสตร์โบราณคดีเมืองโบราณมาร่วมพิจารณาหาข้อยุติต่อไป

ลักษณะอย่างนี้ใช้ได้กับงานอื่นๆ เช่น มิวเซียม, ห้องสมุด, บูรณปฏิสังขรณ์โบราณสถานประเภทวัดวาอาราม สถูปเจดีย์ และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ฯลฯ ที่ปัจจุบันก็โอนให้“ผู้รับเหมา”ทำอยู่แล้วทั่วประเทศ เพราะราชการทำไม่ไหว

โครงสร้างอำนาจแบบรวมศูนย์แล้วปกครองแบบสั่งการจากเบื้องบน แทบจะแก้ปัญหาการทำลายโบราณวัตถุสถานในท้องถิ่นต่างๆไม่ได้

มีแต่จะทำให้ท้องถิ่นอ่อนแอ ประชาชนอ่อนแอ สูญเสียศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจในวิถีวัฒนธรรมของตน ดังคณะกรรมการปฏิรูปบอกไว้ข้างต้น

ดังนั้นต้องโอนอำนาจให้ท้องถิ่นบริหารจัดการมิติทางสังคมวัฒนธรรม ที่มีประวัติศาสตร์โบราณคดีอยู่ด้วย

fluoxetine toxicity buy extra super cialis online