Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 22 เมษายน 2554

พระพุทธสิหิงค์ ถูกอัญเชิญไปให้คนกรุงเทพฯสรงน้ำสงกรานต์กว่า 60 ปีมาแล้ว เท่าที่มีหลักฐานเป็นภาพถ่ายก็ตั้งแต่ พ.ศ. 2493

พระพุทธสิหิงค์ “จริง” ทุกองค์ ไม่มี “ปลอม” แต่ไม่ได้มาจากลังกา เป็นชื่อหนังสือรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องประวัติความเป็นมาของพระพุทธสิหิงค์ รวมทั้งประมวลภาพจิตรกรรมเล่าเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์ ในโบสถ์วัดบวรสถานสุทธาวาส หรือโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า (สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์เมื่อ พ.ศ. 2546)

แต่ทางราชการไม่เปิดโบสถ์ให้สาธารณชนเข้าดูภาพจิตรกรรมนี้ แล้วไม่แบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้เรื่องนี้สู่สาธารณะ คนทั่วไปจึงไม่รู้

แม้ครูอาจารย์ นักเรียนนักศึกษาทางงานช่างศิลปะในสถาบันต่างๆทั่วประเทศ ยิ่งไม่เคยรู้มาก่อน หรือรู้บ้างก็ไม่เคยเห็นรูปจริงบนผนังโบสถ์

โบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า เป็นส่วนหนึ่งของวังหน้า ที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนโบราณสถานบริเวณวังหน้าทั้งหมด ตั้งแต่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ, โรงละครแห่งชาติ, โบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า, จนถึงคลองหลอดใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แล้วเตรียมขอขึ้นทะเบียนมรดกโลก

ดังนั้นอาคารทั้งหลายไม่ว่าใหม่หรือเก่า รวมถึงอาคารที่แวดล้อมโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า ต้องอยู่ในกฎ กติกา และมารยาท ของกฎหมายโบราณสถานทั้งนั้น

สมภารวัด หรือนายกเทศมนตรีที่ละเมิดกฎหมายนี้ เคยถูกฟ้องร้องเกือบเข้าคุกตะรางมาแล้วหลายแห่ง เพราะเข้าใจบกพร่องว่าเป็น“นิติบุคคล” แล้ววางอำนาจเหนือกฎหมายโบราณสถานนั่นแหละ

กรณีโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า ไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นที่วัดทั่วไปของสมภารโลภ โมโทสัน และไม่ได้อยู่บนพื้นที่เทศบาลของเทศมนตรีขี้โกง

แต่อยู่กลางเมือง“เกาะรัตนโกสินทร์” บริเวณที่เคยอยู่ในกำกับดูแลของกรมศิลปากรมานานมาก ซึ่งข้าราชการผู้ใหญ่ทุกคนที่เคยสังกัดกรมนี้มาก่อนควรมีสำนึกรู้และเข้าใจแนวทางอนุรักษ์ศิลปกรรม โดยไม่ต้องอวดอ้างพูดกันด้วยภาษากฎหมายว่าด้วย“นิติบุคคล” หรืออะไรก็ตามที่วางเขื่องๆ

รัฐมนตรีกับปลัดคนปัจจุบันของกระทรวงวัฒนธรรม ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีโรงละครวังหน้าบังโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า เพราะงานนี้งุบงิบเริ่มกันมานานตั้งแต่รัฐมนตรีคนก่อนๆ และปลัดคนก่อน

แต่รัฐมนตรีกับปลัดคนปัจจุบัน ต้องรับผิดชอบเป็นภาระผูกพันแก้ไขล้างเช็ดคราบโสโครกที่มีมาก่อนเหล่านั้นให้สะอาดสะอ้าน จะปฏิเสธมิได้

ลู่ทางแก้ไขที่ควรทำได้ทันทีตอนนี้ จะทำอะไรก่อนหลังได้ทั้งนั้น

  1. ทำแผนผังประกอบขึ้นทะเบียนโบราณสถาน บริเวณวังหน้า ซึ่งครอบคลุมโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า และบริเวณโดยรอบอยู่แล้ว แต่ทำเสียให้เด่นชัด ป้องกัน“ศรีธนญชัย” เรื่องนี้กรมศิลปากรคงทำไว้แล้ว เพื่อมุ่งมรดกโลก
  2. ทำแผนแม่บทรื้ออาคารที่บังโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า ออกไป โดยทยอยรื้อตามความจำเป็น แต่ให้รื้อเสร็จภายในเวลาที่กำหนด กรมศิลปากรคงชำนาญเรื่องนี้ดี รัฐมนตรีน่าจะเร่งรัดให้สรุปแผนแม่บทมาปฏิบัติก่อนยุบสภา
  3. ทำกิจกรรมแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับวังหน้า และโบสถ์วัดพระแก้ว วังหน้า ตั้งแต่บัดนี้ไปอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง จนกว่าจะเปิดโล่งทั้งหมดแล้วปรับแผนใหม่อีกที โดยไม่ต้องฉวยโอกาสตีขลุมว่ากำลังคิดทำ ทั้งๆพวกมีอำนาจเคยอยู่บนพื้นที่นี้ ขี้รดเยี่ยวรดมาหลายทศวรรษ ไม่เคยคิดจะแบ่งปันเผยแพร่ข้อมูลความรู้มาก่อนเลย