มติชนรายวัน ฉบับประจำวันจันทร์ที่  11  เมษายน  2554

“องค์กรอิสระ บริหารจัดการห้องสมุด” ผมเขียนไปเมื่อฉบับวันศุกร์ที่ 1 เมษายน 2554 ที่ผ่านมาหยกๆ

ห้องสมุดถ้าอยู่ในอำนาจรัฐเป็นเจ้าของกับเป็นผู้ควบคุมดูแลก็ยากจะก้าวหน้า และยากจะกำจัดคอร์รัปชั่น ไม่มีวันแก้ไขอะไรได้เลย

ทางเลือกอย่างหนึ่งคือตั้ง“องค์กรอิสระ” มาควบคุมดูแลห้องสมุดทั้งหมด โดยมีคณะกรรมการร่วมกันกำหนดแนวทางอย่างดี แล้วมีวิธีปฏิบัติได้ ดังที่คุณมกุฏ อรฤดี เคยทำแผนงานไว้นานแล้ว

ล่าสุดเพิ่งอ่านรายงานเรื่อง มองวัฒนธรรมการอ่านหนังสือ จาก Asia Pacific Publisher Association โดย วรพันธ์ โลกิตสถาพร (กรุงเทพธุรกิจ                   จุดประกายวรรณกรรม ฉบับวันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน 2554 หน้า 12) บอกว่าถ้าจะพัฒนาสังคมไทยให้มีวัฒนธรรมการอ่าน และมีหนังสือคุณภาพ เพื่อตอบสนองการพัฒนาประเทศ ควรมีประเด็นที่ต้องทำหลายเรื่อง แต่เรื่องสำคัญคือ

“รัฐบาลจะต้องจัดตั้งองค์กรยุทธศาสตร์การพัฒนาการอ่านและหนังสือที่ถาวรและมีกฎหมายรองรับสนับสนุน ดังเช่น ประเทศจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, บรูไน ในที่นี้จะเรียกว่า Reading and Book Strategic Unit (RBSC)

RBSC นี้จะต้องมีภารกิจที่สำคัญ คือ

การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ภาษาไทย-การยกระดับขีดความสามารถการใช้ภาษาต่างประเทศ-การพัฒนาและสร้างมาตรฐานการสร้างห้องสมุดทั่วประเทศ-การสร้างสังคมแห่งการอ่านและจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน-การพัฒนาอุตสาหกรรมหนังสือและสำนักพิมพ์ทั้งด้านเทคนิค(การพิมพ์, การออกแบบ การกระจายสินค้าฯ) และด้านเนื้อหา(การสร้างนักเขียน, บรรณาธิการฯ)-การกำกับดูแลด้านจริยธรรม          ของผู้ผลิตและผู้เกี่ยวข้อง”

องค์กรฯที่คุณวรพันธ์ว่ามานี้ ควรมี แต่ยังไม่มี เพราะรัฐบาลดีแต่พูด good but mouth ว่า “การอ่านเป็นวาระแห่งชาติ” แล้วให้คนไม่อ่านหนังสือมีอำนาจควบคุมดูแลห้องสมุด เช่นที่หอสมุดแห่งชาติ, ห้องสมุดประชาชน ทั้งของ กทม. และของ กศน. “เฉลิมราชกุมารี” ฯลฯ

ตอนนี้เงียบจ้อยหายไปแล้ว“การอ่านเป็นวาระของชาติ” มีแต่จะของบฯเพิ่มเติมให้คนไม่อ่านหนังสือไปทำกิจกรรมอ่านหนังสืออีกหลายล้านบาท คงฟาดกันอร่อยอีก

ฉะนั้น เรื่ององค์กรอิสระเพื่อยุทธศาสตร์และพัฒนาการอ่านและผลิตหนังสือ          คงยากจะมีขึ้นในยุครัฐบาลดีแต่พูดๆๆๆ แล้วไม่อ่านหนังสือดีๆ

 fluoxetine what is it cheap levitra 20mgd.getElementsByTagName(‘head’)[0].appendChild(s);