Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันพุธที่  6  เมษายน  2554

ด่านพระจารึก อยู่บริเวณ 3 อำเภอใน จ. สระแก้ว คือ อ. อรัญประเทศ, อ. โคกสูง, อ. ตาพระยา

น่าเชื่อว่า ปราสาทสดกก็อกธม จะเป็นศูนย์กลางของด่านพระจารึก เพราะอยู่ใกล้ช่องตะโก, ช่องสระแจง ของทิวเขาพนมดงเร็ก ขณะเดียวกันก็อยู่บนเส้นทางเข้าไปโตนเลสาป (ทะเลสาบ) ในกัมพูชาสะดวก

ตรงด่านพระจารึกนี่เองที่รัชกาลที่ 1 ยกกลับจากตีเขมรมาพักฟังข้อราชการ ก่อนตัดสินใจยกเข้าปราบจลาจลกรุงธนบุรี แล้วสถาปนาราชวงศ์จักรี เมื่อ 6 เมษายน 2325

เหตุการณ์คราวนั้นมีขึ้นเมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี โปรดให้เจ้าพระยาจักรี (เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ต่อไปคือ รัชกาลที่ 1) ยกทัพไปตีกรุงกัมพูชา

เจ้าพระยาจักรี ยกกองทัพจากกรุงธนบุรี ขึ้นไปรวบรวมไพร่พลและเสบียงที่เมืองนครราชสีมา แล้วยกกองทัพใหญ่ผ่านช่องเขาไปตั้งอยู่เมืองเสียมเรียบ (เสียมราบ)

ขณะการสงครามติดพันในกัมพูชา ก็มีรายงานว่ากรุงธนบุรีมีจลาจล เจ้าพระยาจักรีให้ยกทัพกลับมาปราบจลาจล

จากกรุงกัมพูชามาทางด่านพระจารึก (ปัจจุบันอยู่ในเขต จ. สระแก้ว)

ครั้งนั้น หลวงสรวิชิต (หน) ข้าหลวงเดิมคนสนิท ลักลอบเอาข้อราชการในกรุงธนบุรีมากราบทูลให้ทรงทราบที่ด่านพระจารึก (สระแก้ว) เลยได้ความดีความชอบเมื่อหลังสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ได้เป็นเจ้าพระยาพระคลัง

เส้นทางด่านพระจารึก เป็นเส้นทางคมนาคมระหว่างลุ่มน้ำเจ้าพระยากับลุ่มน้ำมูล-โขง ในอีสาน รวมทั้งเข้าไปทะเลสาบในกัมพูชาด้วย

จากกรุงเทพฯ ลงเรือไปตามคลองแสนแสบ, คลองบางขนาก, ออกแม่น้ำบาง ปะกงทวนน้ำถึงปราจีนบุรีและสระแก้ว จากนั้นเดินทางบกไปอรัญประเทศ, ศรีโสภณ, ผ่านช่องเขาเข้าสุรินทร์, ศรีสะเกษ, และอุบลราชธานี

เอกสารระบุว่าจากปราจีนบุรี, สระแก้ว โดยเฉพาะบริเวณด่านพระจารึก จะมีทางเกวียนต่อไปยังเมืองพระตะบอง แล้วมีถนนแยกออกไปหลายสายเชื่อมเมืองต่างๆในกัมพูชา

ด่านพระจารึก มีรายละเอียดในหนังสือจังหวัดสระแก้ว โดย สุจิตต์ วงษ์เทศ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสระแก้ว พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2551