Download PDF

มติชนรายวัน ฉบับประจำวันศุกร์ที่  1 เมษายน  2554

“จับตา! มหกรรมถมขยะใส่ห้องสมุด

สนองนโยบาย ‘ส่งเสริมการอ่าน’ ด้วยการประกาศเข้าชิงตำแหน่งเมืองหนังสือโลกของกรุงเทพฯ

จนมาถึงเรื่องการบริจาคหนังสือเสรี เพื่อลดหย่อนภาษี ที่หลายฝ่ายออกโรงมาต่อต้าน ทั้งออนแอร์และออนไลน์

(กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย ฉบับวันจันทร์ที่ 28 มีนาคม 2554 หน้า 1)

อ่านพาดหัวและข้อความโปรยรายงานเรื่องนี้แล้วชอบอกชอบใจนักหนา จะขอสรุปเนื้อหาสาระสำคัญมาเผยแพร่ให้กว้างขวางออกไปอีกว่า

บรรณารักษ์คนหนึ่งของมหาวิทยาลัยบูรพา ยืนยันว่า “หนังสือบริจาคทั้งหมดเป็นหนังสือเก่า ทั้งเนื้อหาและสภาพไม่เจริญหูเจริญตาชวนให้หยิบอ่านแม้แต่น้อย เป็นสิ่งที่เจ้าของไม่ต้องการแล้ว—”

“ห้องสมุดต้องสามารถชี้นำต่อยอดในการทำมาหากิน หรือทำธุรกิจต่างๆได้” บรรณารักษ์อีกคนหนึ่งของโครงการศูนย์ความรู้กินได้ บอกเพิ่มเติมว่า “ตอนนี้มาทำห้องสมุดที่อุบลฯ แค่การซื้อหนังสือก็ต้องทำการวิจัยกันเลยว่า คนที่นี่เขามีศักยภาพทางเศรษฐกิจอะไร เราต้องซื้อหนังสือเพื่อตอบโจทย์คนที่อยู่ในพื้นที่นั้นๆ”

การทำห้องสมุดไม่ใช่เรื่องแค่มีสถานที่ มีเงิน มีหนังสือ แล้วจบ

เพราะหากมีเท่านี้ ใครก็ทำห้องสมุดได้ และใครคนนั้นก็สามารถที่จะบรรจุหนังสือที่มีเนื้อหาตามที่ตัวเองต้องการลงไปในห้องสมุดจนเต็ม แต่ชาวบ้านไม่อ่าน

ในบรรดาหนังสือที่บริจาคนั้น บรรณารักษ์โครงการศูนย์ความรู้กินได้บอกว่า นอกจากประเภทหนังสือที่ควรหรือไม่ควรแค่ไหนแล้ว สภาพความเก่าของหนังสือก็มีปัญหามาก เพราะคนกลุ่มหนึ่งพากันซื้อหนังสือเก่ามาบริจาค เพราะลดราคามาก ราคาถูกมาก แล้วยังเปิดช่องให้ได้“เงินทอน”ด้วย

“ซื้อหนังสือเก่า เพราะมันถูก ผู้ใหญ่ก็ได้เปอร์เซ็นต์ไป ห้องสมุดก็กลายเป็นเหมือนที่เอาหนังสือมาทิ้งกองๆไว้”

ชาวบ้านไม่อ่าน และไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็กก็ไม่อ่าน เพราะนั่นไม่ใช่หนังสือควรอ่าน แต่เป็นขยะที่ควรเอาไปทิ้ง

ใครอยากเห็นกองขยะอย่างนี้ ให้ไปดูในห้องสมุดทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด เช่น ห้องสมุดประชาชน“เฉลิมราชกุมารี” ที่อยู่ชนบทของ กศน. และห้องสมุดประชาชนของ กทม. ฯลฯ

ห้องสมุด ถ้าอยู่ในอำนาจรัฐเป็นเจ้าของกับเป็นผู้ควบคุมดูแล ก็ยากจะก้าวหน้า และยากจะกำจัดคอร์รัปชั่น ไม่มีวันแก้ไขอะไรได้เลย

ทางเลือกอย่างหนึ่ง คือตั้ง“องค์กรอิสระ” มาควบคุมดูแลห้องสมุดทั้งหมด เหมือนแนวคิดของรัฐมนตรีคลังบอกว่าภาคธุรกิจไทยจะไปได้ดียิ่ง รัฐจำเป็นต้องลดบทบาทความเป็นเจ้าของ และบทบาทความเป็นผู้ควบคุม โดยตั้งองค์กรอิสระขึ้นมาทำหน้าที่ดูแลแทนทั้งหมด จะช่วยลดคอร์รัปชั่นได้มากด้วย (กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2554 หน้า 1, 4)

 

 

สานแสงอรุณ ปีที่ 15 ลำดับที่ 2 มีนาคม-เมษายน 2554 ราคา 80 บาท ว่าด้วยห้องสมุดเอกชน

สภาพของห้องสมุดในสถานศึกษา ห้องสมุดประชาชน ส่วนใหญ่น่าเวทนาเพียงใด ขอให้ลองไปดูในที่ใกล้บ้าน แม้ว่าห้องสมุดในลักษณะนี้จะมีอยู่มากมาย แต่มาตรฐานและคุณภาพกลับไม่อาจเรียกได้ว่า น่าพอใจ หรือมีความน่าสนใจถึงขนาดดึงดูดผู้คนให้ไปใช้บริการ—

ในอดีต เคยมีห้องสมุดเอกชนบางแห่งที่เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจ ดำเนินการไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องปิดตัวไป ด้วยสาเหตุอันหลากหลาย แต่ก็ยังมีบางคน บางองค์กรมีความมุ่งมั่นที่จะลงทุนสร้างสถานบ่มเพาะปัญญา ซึ่งไม่อาจทำเงินได้นี้ (หนำซ้ำอาจจะกลายเป็นการเสียเงินไปอย่างไม่อาจเห็นหนทางได้คืน)

พร้อมด้วยบทสัมภาษณ์ขนาดยาว คุยกับ มกุฏ อรฤดี เรื่องห้องสมุด สงครามการปฏิวัติ ความฝัน เด็กๆ และอนาคตของประเทศบนหน้ากระดาษบรรจุหมึกพิมพ์